อยากเก่งภาษาอังกฤษ? มาเรียนรู้วิธีฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผลกัน!

ปัจจุบันนี้ การฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นไฟลท์บังคับที่คนที่อยากจะก้าวหน้าจะต้องเข้าใจและสื่อสารได้

นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ผมคิดว่าภาษาจีนก็สำคัญไม่แพ้กัน (ซึ่งผมพูดจีนได้น้อยมากกก 😞)

ใครที่สามารถเข้าใจ สื่อสาร และไม่มีความลำบากใจในการใช้ภาษาอังกฤษ โลกของคนคนนั้นจะเปิดกว้าง เพราะว่าองค์ความรู้ ข่าวสาร และเทคโนโลยี ต่างถูกบันทึกไว้ในรูปแบบที่เป็นภาษาอังกฤษ

การที่คุณเจอและเข้ามาอ่านบทความนี้ มีความเป็นไปได้ว่าคุณคิดว่าภาษาอังกฤษของคุณนั้นยังไม่ดีพอ

ไม่ต้องเป็นกังวลไป…

การ “รู้ตัวเอง” เป็นจุดเริ่มต้นของการ “พัฒนา”

ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผล ช่วยให้คุณสามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ดียิ่งขึ้น รับรองว่าถ้าคุณอ่านจบแล้วลองเอาไปปรับใช้ ภาษาอังกฤษของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

ตัวผมเองไม่ใช่คนที่เก่งภาษาอะไรนะครับ แต่ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงและมี Growth Mindset ในระดับนึง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ผมแชร์น่าจะพอมีประโยชน์ครับ 🙂

วิธีการฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผลดีที่สุด

วิธีการฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผลดีที่สุดในความเห็นของผมคือการ “เชื่อมโยงภาษาอังกฤษไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน” ของคุณครับ

ถ้าคุณสามารถใช้ภาษาอังกฤษโดยที่คุณไม่รู้สึกว่าคุณต้องพยายามบังคับตัวเองหรือกำลังฝึกอยู่ สุดท้ายแล้วภาษาอังกฤษจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณครับ

ซึ่งถ้าให้ลงรายละเอียด ผมคิดว่ามีอยู่ 5 อย่างที่ผมอยากจะแนะนำให้คุณลองเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคุณดูครับ

1. พิมพ์คุยกับเพื่อนของคุณด้วยภาษาอังกฤษ

โดยปกติแล้วคุณใช้ Facebook Twitter หรือ LINE ในการพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งผมแนะนำว่าให้คุณพยายามลองเปลี่ยนจากการตั้ง Status ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือไม่ก็พิมพ์ภาษาอังกฤษคุยกับเพื่อนดู

เช่นจากเดิมที่คุณส่งข้อความคุยกับเพื่อนว่า “วันนี้ไปเที่ยวไหน?” อาจจะลองเปลี่ยนเป็น “What’s your plan today?”

ถ้าคุณกลัวว่าเพื่อนคุณจะรู้สึกแปลกที่อยู่ๆ คุณเปลี่ยนวิธีการพูดคุยกับเขา ผมแนะนำว่าให้คุณลองชวนเพื่อนมาฝึกภาษาอังกฤษด้วยกันไปเลยก็ได้

2. อ่านบล็อกหรือหนังสือในเรื่องที่คุณสนใจ

วิธีนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดเพราะการอ่านบล็อกหรือหนังสือนั้นเป็นสิ่งที่คุณเริ่มได้ทันทีเพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดเว็บที่คุณสนใจหรือแวะเวียนไปร้านหนังสือ

และที่สำคัญที่ทำให้การอ่านบล็อกหรือหนังสือนั้นเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดก็คือคุณสามารถกำหนดความเร็วในการอ่านได้ด้วยตัวคุณเอง อันไหนอ่านแล้วเข้าใจก็อ่านไปเร็วๆ ได้ อันไหนอ่านแล้วงง ไม่เข้าใจคำศัพท์ คุณก็สามารถพักไว้แล้วไปเปิด Dictionary ก่อนได้ (ไม่เหมือนกับการดูวีดีโอหรือฟังเสียงที่การกำหนดความเร็วทำได้ยาก)

ถ้าคุณอยากที่จะสามารถตามอ่านเรื่องที่คุณสนใจได้อย่างสม่ำเสมอ ผมแนะนำให้คุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Feedly หรือว่า Pocket มาใช้ครับ คุณสามารถเลือกเว็บไซต์หรือบล็อกที่คุณสนใจ ส่ง และรวมเข้ามายังแอปตัวใดตัวหนึ่งนี้ได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เว็บไซต์หรือบล็อกที่คุณเลือกเก็บไว้ในแอปโพสต์คอนเทนต์ใหม่ๆ มันจะถูกยิงเข้ามาในแอปของคุณ

3. ดูหนัง ฟัง Podcast

การดูหนังที่พูดภาษาอังกฤษโดยที่มี Subtitle คอยช่วยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการฝึกภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าจะให้ผมแนะนำคลังหนังที่มีหนังหลายรูปแบบ ผมอยากจะแนะนำให้คุณ Subscribe Netflix เอาไว้ครับ (ช่วงราคาคือตั้งแต่ 280 บาทจนถึง 420 บาทต่อเดือน) อยากดูหนังสนุกๆ Netflix ก็มีให้ หรืออยากดูอะไรที่มีสาระขึ้นมาหน่อยอย่างพวก Documentaries ก็มีน่าสนใจอยู่หลายเรื่อง

หรือถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลา ผมแนะนำให้ลองฟัง Podcast ดูครับ ข้อดีของ Podcast คือคุณสามารถฟังมันไปพร้อมๆ กับการทำกิจกรรมอะไรบางอย่างที่คุณไม่ต้องโฟกัสมากอย่างเช่นเดินทาง ขับรถ หรือออกกำลังกายได้ครับ

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Podcast เอาไว้ มีรายการดีๆ ที่ผมแนะนำในนั้นหลายรายการเลย ลองเข้าไปอ่านดูได้ที่นี่นะครับ

จริงๆ Audible ที่เป็นเหมือนหนังสือเสียงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ ส่วนการฟังเพลง ผมคิดว่าก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน แต่ในความเห็นผม ถ้าคุณสามารถเลือกฟัง Podcast หรือ Audible ได้ คุณจะสามารถพัฒนาตัวเองได้มากกว่าครับ

4. ลงทะเบียนทดสอบภาษาอังกฤษ

การตั้ง “เป้าหมาย” จะทำให้คุณมีพลังมากขึ้นกว่าเคย

จะเป็น TOEIC TOEFL IELTS GMAT หรืออะไรก็แล้วแต่ การที่คุณตัดสินใจลงทะเบียนทดสอบภาษาอังกฤษจะทำให้คุณมีแรงฮึด (และแรงกดดัน) ที่จะทำให้คุณมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองมากกว่าเดิม

คำแนะนำของผมคือเมื่อสมัครสอบไปแล้ว ลองกำหนดตัวเลขเป้าหมายที่คุณบอกกับตัวเองว่า “ต้อง” ทำให้ได้ดู เช่นคุณจะเอาคะแนน TOEIC เกิน 900 หรือจะเอา IELTS ให้เกิน 7 ยิ่งเป้าหมายของคุณยิ่งชัดเจนเท่าไหร่ แรงฮึดของคุณก็จะมากขึ้นเท่านั้น

Note: เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ควรจะต้องเป็น SMART Goal (Specific, Measurable, Attainable, Relevant และ Time-bound) ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SMART Goal ได้ที่นี่

5. หาเพื่อนต่างชาติ

การบังคับตัวเองให้ใช้ภาษาอังกฤษในการคุยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผมคิดว่าใช้ได้ผล

ลองหาเพื่อนต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษได้และพยายามไป Hangout กับพวกเขาดูครับ ผมคิดว่าการหาเพื่อนต่างชาติในกรุงเทพและเมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทย (อย่างเช่นเชียงใหม่หรือกระบี่) นั้นไม่ใช่เรื่องยากมากนัก และมันน่าจะมีวิธีที่จะทำให้คุณรู้จักคนต่างชาติได้หลายวิธี

สำหรับวิธีของผมคือ ถ้าผมอยากที่จะรู้จักชาวต่างชาติใหม่ๆ ผมคิดว่าที่ที่ผมควรจะไปคืองาน Event หรือ Meet Up ต่างๆ (โดยเฉพาะงานในสายเทคโนโลยี) ซึ่งการที่จะหางานเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เข้าไปหาในเว็บไซต์อย่าง eventbrite.com meetup.com หรือลองค้นหางานต่างๆ จาก Facebook ดู ก็น่าจะทำให้ผมเจองานที่ผมสนใจและเป็นงานที่ผมจะได้ไปเจอเพื่อนต่างชาติใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

คุณสามารถเอาวิธีของผมไปใช้ได้นะครับ 🙂

สรุป

ผมคิดว่าการฝึกภาษาอังกฤษ (และฝึกทักษะอื่นๆ) ที่ดีที่สุดนั้น คุณจะต้องพยายามผสานสิ่งที่คุณต้องการอยากจะฝึกนั้นเข้าไปกับชีวิตประจำวันของคุณ ถ้าคุณสามารถทำสิ่งนั้นซ้ำๆ ทุกๆ วัน โดยที่คุณไม่รู้สึกฝืนหรือไม่รู้สึกว่าต้องใช้พยายามมากจนเกินไป มันจะทำให้คุณพัฒนาได้เร็วที่สุดครับ

เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของภาษาอังกฤษ คำว่า “ด้านได้ อายอด” เป็นคำที่ผมคิดว่าสามารถใช้กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เหมือนกัน ถ้าคุณกล้าพอ มุ่งมั่นพอ โดยที่ไม่ได้แคร์มุมมองของคนอื่นที่มีต่อคุณ ที่จะหาว่าคุณอยากที่จะโชว์หรืออะไรก็แล้วแต่ (ทั้งนี้ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกาละและเทศะ – ถ้าคุณพยายามฝึกภาษาอังกฤษในวิชาภาษาไทยมันก็อาจจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก) ทักษะภาษาอังกฤษของคุณจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดแน่นอนครับ

คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยยังไงกับวิธีที่ผมแนะนำไป มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์นะครับ 🙂