[แชร์ประสบการณ์] ลงทุนง่ายๆ แบบมี AI ช่วยจัดการด้วย Jitta Wealth

ถ้าคุณอยากลงทุนแต่ไม่มีเวลา หรือไม่ได้แม่นเรื่องการเงินการลงทุนมากนัก ในบทความนี้ผมจะมาแชร์วิธีการลงทุนด้วย Jitta Wealth ที่แค่ใส่เงินเข้าไปแล้วก็ให้พวกเขาบริหารจัดการให้มันงอกเงยแบบอัตโนมัติ

ผมลงทุน Jitta Wealth มาแล้วประมาณ 2-3 ปี คิดว่าสามารถมาแชร์จุดดีและจุดด้อยของ Jitta Wealth ให้คุณศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ

ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวไปทำความรู้จัก Jitta Wealth ไปพร้อมๆ กันเลยครับ 🙂

ป.ล. การลงทุนมีความเสี่ยง คุณควรจะต้องศึกษาให้ดีก่อนลงทุนนะครับ

Jitta Wealth คืออะไร?

Jitta Wealth เป็นบริการที่ช่วยลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ซึ่งคุณสามารถให้ Jitta ช่วยลงทุนสินทรัพย์ในไทยหรือในต่างประเทศก็ได้

ทำไมถึงควรใช้ Jitta Wealth?

ในอดีตตอนเริ่มลงทุนใหม่ๆ ผมเคยซื้อหุ้นด้วยตัวเอง

จำได้ว่าครั้งนึงเคยไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนของพ่อที่มีบริษัทอยู่ในตลาด และก็ได้ “ข่าววงใน” มาจากเขา

เขาบอกว่า “ซื้อเลย ตัวนี้ขึ้นชัวร์”

และผมก็ทำตาม

via GIPHY

หลังจากที่ซื้อไปได้ 2-3 เดือน ปรากฏว่า… ดอยสนิท…

จริงๆ ผมคิดว่าเพื่อนของพ่อผมนั้นไม่ได้ผิดอะไร เพราะหุ้นตัวนั้นก็มีช่วงระยะเวลาที่ขึ้นไปสูงมากๆ เพียงแต่ว่าผมออกมาไม่ทันเท่านั้นเอง

คือคนที่ผิดในเคสต์นี้ ก็คงผมเองนั่นแหละ

ผิดที่ไม่ให้เวลา และผิดที่ไม่ใส่ใจศึกษา

คือตอนนั้นผมก็มีงาน มีธุรกิจให้โฟกัส ไม่ได้มีเวลาไปติดตามข่าว หรือดูงบการเงิน หรือดูการขึ้นลงของหุ้นอยู่ตลอดเวลา

จนมาเจอ Jitta Wealth แล้วก็รู้สึกว่าตอบโจทย์ดี เพราะเราสามารถ Set it & Forget it ได้เลย คือใส่เงินเข้าไป และให้ Jitta ช่วยบริหารจัดการให้ (จริงๆ ก็ Set it & Forget it ไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะว่าชอบเข้าไปดูบ่อยๆ ว่ากำไรหรือขาดทุน ฮา แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมไม่ต้องตัดสินใจเอง)

คือผมคิดว่าการบริหารจัดการ Wealth ที่เรามีนั้นมันเป็นเรื่องไม่ง่ายละต้องใช้เวลา ซึ่ง Jitta Wealth เข้ามาตอบโจทย์ของผมตรงจุดนี้ คือสามารถช่วยให้ผมสามารถบริหารจัดการ Wealth ของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องใช้เวลา

และผมจะได้เอาเวลาที่มีไปจัดการอย่างอื่นที่ผมถนัดกว่า และต้องการเวลาจากผมมากกว่าได้ครับ

ถ้าคุณอ่านแล้ว รู้สึกว่าเรื่องราวของผมคล้ายๆ กับคุณ บางที Jitta Wealth ก็อาจจะเหมาะกับคุณก็ได้นะครับ

Note: ถ้าคุณอยากเปิดพอร์ต Jitta Wealth คุณสามารถคลิก Link นี้เพื่อไปเปิดพอร์ตได้ โดยที่คุณจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม 100 บาท และผมเองก็จะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 100 บาทด้วยเช่นเดียวกันครับ Win-win ทั้งคู่ 🙂

Jitta มีอะไรให้ลงทุนบ้าง?

ณ ปัจจุบันนี้ Jitta มีรูปแบบการลงทุนให้คุณเลือก 3 อย่างครับ

1. หุ้น (ตาม Jitta Ranking)

รูปแบบแรกคือการลงทุนในหุ้นตลาดไทย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา โดยที่ Jitta สร้าง Algorithm ที่ช่วยในการจัดพอร์ตตามหลักการของปู่ Warren Buffett และบริหารจัดการพอร์ตด้วยคอนเซปต์ที่ว่า “Buy a wonderful company at a fair price” หรืออธิบายเป็นไทยว่า “ซื้อบริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม”

ผมเคยลงทุนรูปแบบนี้อยู่ในช่วง 1-2 ปีแรก แต่ถอนออกมา และโยกไปลงทุนตัวอื่นแทน ในช่วงที่ SET ตกลงไปอยู่ที่ประมาณ 1,200 กว่าๆ ซึ่งตอนนั้นมขาดทุนไป 10 กว่าเปอร์เซนต์

จริงๆ แอบเสียดายเล็กๆ เพราะคือถ้าผมยังถือไว้อยู่ ผมน่าจะได้กำไรกลับมาพอสมควร เพราะมีน้องที่ผมรู้จัก เขาซื้อ Jitta เหมือนกัน แต่เข้าไปในช่วงที่ช้ากว่าผมนิดหน่อย และช่วงนั้นเป็นช่วงที่หุ้นขาขึ้น เขาก็เลยดอยหนักกว่าผม แต่มาถึงวันนี้น้องเขากลับมาบวกแล้ว

จริงๆ อันนี้ก็เป็นบทเรียนให้ผมอย่างนึงว่า “รักจะเป็น VI อย่าหวั่นไหวกับความผันผวนในระยะสั้น”

*เงินลงทุนขั้นต่ำของรูปแบบนี้คือ 500,000 – 3,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเทศที่คุณเลือก

2. Global ETF

รูปแบบที่สองคือ Global ETF Exchange Traded Fund คือ กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่มีนโยบายการลงทุนตามดัชนีต่างๆ และมีการลงทุนในหลายๆ อย่างท่ัวโลกอย่าง หุ้น หุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐ เป็นต้น

ซึ่งพอลงทุนตามดัชนีแล้วนั่นก็หมายความว่ามันจะกระจายความเสี่ยงให้เราไปในตัวด้วย

และตอนที่จะเลือกลงทุนกับ Jitta Wealth คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อยแค่ไหน (ถ้าเลือกแบบเสี่ยงมาก สัดส่วนก็จะไปอยู่ที่หุ้นมากหน่อย ถ้าเลือกแบบเสี่ยงน้อย สัดส่วนก็จะไปอยู่ที่พวกหุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐมากหน่อย)

ตอนนี้ผมซื้อ ETF กับ Jitta Wealth อยู่ และก็บวกอยู่ประมาณ 10% ครับ

*เงินลงทุนขั้นต่ำของรูปแบบนี้คือ 100,000 บาท

3. Thematic

รูปแบบที่ 3 คือ Thematic ซึ่งเหมือนกับ ETF ครับ แต่ต่างกันตรงที่ว่าคุณสามารถเลือกอุตสาหกรรมหรือตลาดที่คุณสนใจได้

ถ้าคุณสนใจสาย Tech คุณก็เลือกลงทุนสาย Tech ได้

ถ้าคุณสนใจสายสุขภาพ คุณก็เลือกลงทุนสายสุขภาพได้

ถ้าคุณสนใจตลาดจีน คุณก็เลือกลงทุนกับตลาดจีนโดยเฉพาะได้

via GIPHY

หรือถ้าคุณเป็นสายเขียว คุณก็สามารถเลือกลงทุนสายกัญชาได้เช่นเดียวกัน!

Thematic ของ Jitta นั้นมีธีมให้เลือกกว่า 10 ธีม ซึ่งคุณสามารถลองเข้าไปดูก่อนได้ครับว่ามีธีมที่คุณสนใจรึเปล่า

เงินส่วนหนึ่งของผมก็อยู่ใน Thematic เช่นเดียวกัน และก็บวกอยู่พอๆ กับที่ลงใน ETF เลยครับ

*เงินลงทุนขั้นต่ำของรูปแบบนี้คือ 100,000 บาท

คิดค่าบริการยังไง?

เบื้องต้นเลย Jitta Wealth คิดค่าบริหารจัดการ 0.5% ต่อปี สำหรับการลงทุนทุกรูปแบบ แต่ Jitta Wealth ยังมีการคิดค่าบริหารในส่วนอื่นอีก ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความต่างกันเล็กน้อย โดยที่

1. หุ้น (ตาม Jitta Ranking)

มีค่าบริหารเพิ่มเติมดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ 0.1-0.3% ต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ 0.1% ต่อปี หรือขั้นต่อ 80 บาทต่อเดือน
  • ค่าโอนเงินไปต่างประเทศ (ในกรณีที่คุณลงทุนนอกประเทศไทย) 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมตามกำไร (ที่จะเก็บถ้าคุณได้กำไร) 10%

2. ETF & Thematic

ETF และ Thematic นั้นมีการคิดค่าบริหารเหมือนกัน ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ ไม่เกิน 0.2% ของมูลค่าซื้อขาย
  • ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ 0.1% ต่อปี หรือขั้นต่อ 80 บาทต่อเดือน
  • ค่าโอนเงินไปต่างประเทศ 500 บาท ในครั้งแรก (ครั้งถัดๆ ไป Jitta Walth สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้)
  • ค่าโอนเงินกลับจากต่างประเทศไม่เกิน 1,000 บาท ต่อครั้ง

Jitta Wealth เหมาะกับใคร?

ผมคิดว่า Jitta Wealth เหมาะที่สุดกับคนที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเวลา และพร้อมรับความเสี่ยงได้บ้าง คือการลงทุนกับ Jitta อาจจะทำให้คุณได้กำไรหรือเสียเงินจากเงินต้นไม่เกิน 10-20% ต่อปี

หรือคนที่อยาก Diversify พอร์ตการลงทุน (ซื้อเองบางส่วน ให้ Jitta ซื้อให้บางส่วน) ก็เหมาะเช่นเดียวกันครับ

สรุป

และนี่คือการรีวิวและการแนะนำให้คุณรู้สักกับ Jitta Wealth แบบคร่าวๆ นะครับ

ถ้าอยากลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ต้องทุ่มเทเวลาในการเทรดหรือการติดตามเทรนด์ต่างๆ Jitta Wealth เป็นอีกตัวเลือกที่ผมคิดว่าน่าสนใจครับ

Note: ถ้าคุณอยากเปิดพอร์ต Jitta Wealth คุณสามารถคลิก Link นี้เพื่อไปเปิดพอร์ตได้ โดยที่คุณจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม 100 บาท และผมเองก็จะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 100 บาทด้วยเช่นเดียวกันครับ Win-win ทั้งคู่

Happy Investing ครับ 🙂