รู้จัก Notion ซอฟต์แวร์จดโน้ต จัดการงาน วางแผนต่างๆ ได้ครบจบในตัวเดียว

ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Productivity อยู่ประจำ คุณน่าจะเคยเจอปัญหานี้แน่ๆ

เวลาจดโน้ต คุณอาจจะต้องจดใส่ Note Taking Software อย่าง Evernote หรือ One Note และถ้าคุณจะเปลี่ยนไปทำเรื่อง Task Management คุณอาจจะไปใช้งานซอฟต์แวร์อย่าง Todoist หรือ Ticktick หรือถ้าคุณทำงานเป็นทีม ซอฟต์แวร์อย่าง Atlassian (Confluence) ที่เป็นซอฟต์แวร์แชร์ความรู้กันในบริษัทก็อาจจะถูกหยิบมาใช้ด้วย

เหนื่อยไหมครับกับการใช้ซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวจนประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง (ทั้งที่จริงๆ แล้วมันควรจะเพิ่มประสิทธิภาพให้คุณ)

ถ้าเหนื่อย วันนี้ผมจะพาคุณมารู้จักซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Notion ครับ 🙂

ผมใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้มาเกือบๆ ปีแล้ว และมันทำให้ผมติด เปิดใช้งานเป็นประจำในทุกๆ วันเพื่อทำให้ผมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Note: สาเหตุที่ผมเขียนแนะนำ Notion เพราะเขามีโครงการ Friend gets friends ซึ่งถ้าคุณสมัครใช้งาน Notion ผ่านลิงก์นี้ คุณจะได้เครดิต $10 ส่วนผมเองก็จะได้เครดิต $5 ครับ ประเด็นคือผมอยากใช้งานมันฟรีไปนานๆ ครับ ฮา

รู้จักกับ Notion จะจดโน้ต จัดการงาน หรือวางแผนอื่นๆ ก็เอาอยู่

Notion เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้คนบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวและช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการงาน ซึ่งจุดเด่นที่ทาง Notion พยายามที่จะโฆษณาคือมันเป็นทั้งเครื่องมือที่ช่วยทั้งเรื่องของ Notes, Tasks, Wikis และ Databases

ตัวอย่าง Note ใน Notion
ตัวอย่าง Task ใน Notion
ตัวอย่าง Wikisใน Notion
ตัวอย่าง Database ใน Notion

จุดเด่น/จุดด้อย ของ Notion

จุดเด่น

1. แอปเดียว All in One

จุดเด่นข้อนี้น่าจะเป็น Competitive Advantage ที่ Notion มีเหนือซอฟต์แวร์ตัวอื่นครับเพราะ Notion ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่เพื่อให้จดโน้ตเท่านั้น แต่อย่างที่บอกไป มันยังสามารถช่วยให้คุณจัดการ Task สร้าง Wiki หรือสร้าง Data Base ได้อีกด้วย

2. มีความยืดหยุ่นสูง

ข้อนี้เป็นข้อที่ต่อเนื่องมาจากข้อแรก นอกเหนือจากการมี Feature ที่ All in One แล้ว การใช้งานมันยังเชื่อมกันได้แบบไร้รอยต่ออีกด้วย ใน 1 หน้า คุณสามารถสร้างได้ทั้ง Note, Task หรือจะใส่รูป วีดีโอก็ได้หมด

3. การเชื่อมต่อกับแพล็ตฟอร์มอื่น

Notion เชื่อมต่อกับ Productivity Software อื่นอีกหลายตัวไม่ว่าจะเป็น Slack, Invision, Github รวมไปถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google ถ้าคุณเป็น Tech Savvy หรือเป็น Designer/Developer ผมว่าคุณจะต้องชอบ Notion แน่ๆ ครับ

จุดด้อย

1. ยืนหยุ่นเกินไป

ด้วยความที่ว่า Notion ทำอะไรได้หลายอย่าง จุดเด่นของมันก็ถือเป็นจุดด้อยไปด้วยในตัว ถ้าคุณวางแผนการใช้งานมันไม่ดี คุณอาจจะสับสนได้ครับ

วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือไม่ต้องคิดเองครับ ให้ลองใช้ Template ที่เขามีมาให้ก่อนจะได้ค่อยๆ ใช้ไปเรียนรู้ไปครับ

2. ฟีเจอร์ที่เป็น Table / Spreadsheet ยังไม่ดี

จากประสบการณ์ของผมเอง ฟีเจอร์พวก Table / Spreadsheet ของ Notion นั้นไม่ค่อยดีเท่ากับที่ไปใช้ Google Sheet หรือ Microsoft Excel โดยตรงครับ

3. ตัวฟรีใช้งานได้จำกัด

ถ้าคุณต้องการจะใช้งาน Notion อย่างจริงจัง ยังไงคุณก็ต้องจ่ายเงินครับ

เพราะว่าเวอร์ชั่นฟรีของ Notion นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่จำกัดฟีเจอร์การใช้งาน แต่เขากำจัดพื้นที่ (เขาใช้ศัพท์ว่า Block) ครับ ซึ่งคุณใช้ไปไม่กี่สัปดาห์ รับรองว่า Block ของคุณจะเต็มครับ

Note: ถ้าคุณอยากลองใช้งาน Notion คุณสามารถลองได้ฟรีๆ โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรแต่ ซึ่งถ้าคุณสมัครใช้งาน Notion ผ่านลิงก์นี้ ผมจะได้เครดิต $10 และคุณเองก็จะได้เครดิต $10 เช่นเดียวกัน เผื่ออนาคตคุณอยากจะอัปเกรดขึ้นไปเวอร์ชั่นที่สูงกว่าครับ 🙂

ราคาของ Notion

เริ่มต้นใช้งานฟรี

สำหรับ Personal Plan เริ่มต้นที่ $4 ต่อเดือน (จ่ายรายปี และใช้ได้แค่คนเดียวไม่สามารถใช้ร่วมกับทีมได้)

สำหรับ Team Plan เริ่มต้นที่ $8 ต่อเดือนต่อคน (จ่ายรายปี)

สำหรับ Enterprise Plan ต้องติดต่อเข้าไปขอราคาเพิ่มเติมครับ

Note: ในความเห็นของผม Personal Plan ของ Notion นั้นถือว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่มันทำได้ ถ้าคุณต้องการฟีเจอร์แบบ Notion ในซอฟต์แวร์ตัวอื่น คุณอาจจะต้องใช้ซอฟต์แวร์มากกว่า 1 ตัว และราคารวมมันอาจจะมากกว่าที่ต้องจ่ายให้ Notion ครับ

Platform ที่ Notion รองรับ

คุณสามารถใช้ Notion ได้ทั้งผ่าน Web Browser, Desktop App (Mac & Windows) และ Mobile App (iOS & Android)

กลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน

คนทุกคนและบริษัททุกขนาดสามารถใช้งาน Notion ได้ครับ แต่ในความเห็นของผม ผมคิดว่า Notion เหมาะกับ Personal หรือ SME ที่พอจะมีความสนใจทางด้าน IT หรือ Digital Tools บ้าง (เนื่องจากความ Flexible ของมัน)

สำหรับ Enterprise ที่จะต้องมีคนใช้งานเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่า Notion ยังไม่เหมาะ ณ จุดนี้ครับ

Bonus: วิธีการที่ผมใช้งาน Notion

โดยปกติแล้ว วิธีการจัดการ Note หรือ Project ที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือการแบ่งจาก Project ครับ เช่นถ้าคุณมี Project 3 ตัว คุณก็อาจจะแบ่ง Space เป็น Project 1, Project 2 และ Project 3

แต่สำหรับผม ผมพบว่าหลังจากที่ได้ลองใช้จริงแล้ว ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะผมไม่สามารถดูภาพรวมของทุก Project ได้เลยครับ เนื่องจากว่าผมเป็นเจ้าพ่อโปรเจคต์ มีงานหลายตัวให้ดูแลครับ ฮา

สิ่งที่ผมทำคือผมเปลี่ยนจากการแบ่งด้วย Project มาแบ่งด้วย Task ครับ ซึ่งผมแบ่งเป็น 6 อย่างได้แก่ 1. Home (ลิงก์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานจะอยู่ในนี้) 2. Task (Task ส่วนตัวหรือบางครั้ง Task ของบริษัทก็จะอยู่ในนี้) 3. Content (คอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความ โซเชียลโพสต์ หรืออีเมลจะอยู่ในนี้ – ผมเริ่มเขียนบทความนี้ใน Space นี้เหมือนกัน) 4. Note (โน้ตต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว) 5. MoM (Minute of Meeting – เวลาไปคุยงานกับใคร จะจดไว้ผ่านที่นี่) 5. My Links (เวลาเห็นอะไรน่าสนใจก็จะเอามาแปะไว้ในนี้)

สรุป

Notion ถือเป็น Productivity Software อีกที่น่าสนใจ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับคนที่อยากจะจบทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Personal Productivity ในที่เดียว ราคาน่าคบหาไม่แพงจนเกินไป

ขอปิดจบด้วยการเชิญชวนให้ไปทดลองใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายกันครับ 🙂

ถ้าคุณสมัครใช้งาน Notion ผ่านลิงก์นี้ คุณจะได้เครดิต $10 ส่วนผมเองก็จะได้เครดิต $5 ครับ เผื่ออนาคตคุณอยากจะอัปเกรดขึ้นไปเวอร์ชั่นที่สูงกว่าครับ 🙂