ธุรกิจส่วนตัว vs ทำงานประจำ? สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก

“อยากรวยต้องลาออก!”

“จะเป็นขี้ข้าเขาไปอีกนานเท่าไหร่?”

“ทำงานมาเป็นชาติแล้ว ทำไมเงินเดือนขึ้นแค่นี้?”

ท่ามกลางกระแสสังคม สื่อหลายๆ ที่กระตุ้นให้คนลาออกจากงานประจำมาไล่ลาตามความฝัน ไม่ว่าจะฝันว่าอยากทำอะไรสัก ฝันว่าอยากรวย หรือฝันว่าจะได้ใช้ชีวิต Slow life อะไรก็แล้วแต่

ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ทำงานประจำอยู่ ต้องมีบ้างแหละที่ถามตัวเองว่า “ควรลาออกมาหาฝัน” ไหม?

คำถามก็คือคุณควรจะลาออกมาเริ่มธุรกิจส่วนตัวจริงๆ อย่างที่คุณถามตัวเองรึเปล่า?

ด้านล่างนี้คือความเห็นของผมในฐานะผู้ที่เป็นมาแล้วทั้ง 2 แบบครับ 🙂

ก่อนทำธุรกิจส่วนตัวคุณต้องรู้ว่า…

1. คุณต้องลงทุน

ถ้าคุณทำงานประจำ หลายๆ บริษัทจะมีสิ่งต่างๆ ให้คุณพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่การทำงาน เครื่องไม้เครื่องมืออย่างเช่น Macbook อุปกรณ์ หรือซอฟต์แวร์ 

แต่ถ้าคุณจะทำธุรกิจของตัวเอง คุณต้องลงทุนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และคุณต้องลงทุนในปริมาณที่มากกว่าการทำงานประจำเยอะพอสมควร

ถ้าคุณจดทะเบียนบริษัท ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำคือ 1 ล้านบาท และต้องชำระขั้นต่ำคือ 25% ซึ่งก็คือ 250,000 บาทครับ

ธุรกิจประเภทจับเสือมือเปล่า รวยได้แบบไม่ต้องลงทุน เป็นไปไม่ได้จริง เพราะธุรกิจแบบนี้คุณจะต้องลงทุนใน “ความรู้” และอีกอย่างคือลงทุนในสิ่งที่มีค่าที่สุดของคุณ ซึ่งก็คือ “เวลา” มากกว่าคนอื่น

2. คุณต้องรู้รอบ

คุณไม่สามารถเก่ง หรือรู้ได้แค่ในสายงานของคุณ แต่ถ้าคุณทำธุรกิจของตัวเอง คุณจะต้องรู้เรื่องพื้นฐานอีกหลายอย่างเช่น บัญชี การเงิน ภาษี กฏหมาย และคน 

เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ อาจจะไม่ต้องเก่งเทพ แต่ “ต้องรู้”

3. คุณจะมีเจ้านายหลายคน

ตอนทำงานประจำ คุณอาจจะมีแค่เจ้านาย เจ้านายของเจ้านาย และเจ้านายของเจ้านายของเจ้านาย อย่างมากก็แค่ 2-3 คน แต่ถ้าคุณทำธุรกิจของตัวเอง เจ้านายของคุณจะทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายที่ชื่อว่า “ลูกค้า” “พาร์ทเนอร์” หรือ “ทีมงาน” ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องบริหารจัดการ

ถึงแม้ว่ามันจะยาก แต่ผลตอบแทนก็หอมหวานเพราะว่า…

1. คุณมีโอกาสได้ทำตาม Passion

ถ้าคุณอยากที่จะลาออกมาเพื่อทำในสิ่งที่คุณไม่มี Passion… ผมแนะนำให้คิดดีๆ นะครับ

แต่ถ้าคุณจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองเพราะคุณได้เห็น Ikigai ของคุณ คุณจะมีพลังมากเป็นพิเศษในการฟันฝ่าเหตุการณ์ต่างๆ

ในวันที่คุณเจอเหตุการณ์อันเลวร้าย คุณจะเพียงแค่เศร้าเสียใจ และลุกขึ้นมาสู้ต่อไปอย่างรวดเร็ว

ในวันที่คุณทำได้ตามที่คุณหวังไว้ คุณก็จะมีแรงผลักดันให้สิ่งที่คุณทำมันสร้าง Impact ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

2. Money Money Money

แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังจากการทำธุรกิจต้องมีเงินอยู่ในนั้นเป็นส่วนนึงแน่ๆ (ถ้าใครตอบว่าไม่อยากได้เงินจากการทำธุรกิจสันนิษฐานได้อยู่ 3 อย่างคือ 1. คนคนนั้นรวยมาก 2. คนคนนั้นตอบไม่ตรงกับใจ 3. คนคนนั้นเป็นพ่อพระแม่พระ)

ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องลงทุน ต้องลงแรงมากกว่า มีความเสี่ยงเยอะกว่า ถ้าสำเร็จก็จะได้เงินกลับมามากกว่า (แต่ถ้าล้มเหลวก็จะเสียมากกว่าเช่นกัน)

ส่วนตัวผม สิ่งที่ผมยึดมั่นมาตลอดคือจะไม่ให้ Money มามีอำนาจเหนือ Passion เด็ดขาด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นแก่ Money มากกว่า Passion ผมคิดว่าตัวผมเองคงจะไม่มีความสุขแน่ๆ และผมเชื่อว่าถ้าผมทำตาม Passion ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว Money ก็จะตามมาไม่ขาดสายเอง 

แต่สิ่งที่หอมหวานทางด้านการงานก็อาจจะไม่ใช่เป้าหมายของทุกคน

คนเราเติบโตมาในสภาพแวดล้อมต่างกัน มีนิสัยต่างกัน มีความต้องการต่างกัน เพราะฉะนั้นคนแต่ละคนไม่จำเป็น (และไม่ควรจะ) ต้องคิดเหมือนกัน

คนเรามีความฝันมากมาย บางคนฝันอยากเที่ยว บางคนฝันอยากมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

ผมคิดว่ามันโอเคมากๆ ที่คนคนนึงจะทำงานกินเงินเดือน กลับบ้านไม่ดึกนัก มีเวลาไปเที่ยวเล่น ออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลง ให้เวลากับครอบครัว

คุณแค่ต้องตอบให้ได้ว่า “เป้าหมายชีวิต” ของคุณคืออะไร แค่นั้นเอง

ผมไม่ได้หมายความการทำธุรกิจส่วนตัวจะทำให้ไม่มีเวลาทำสิ่งต่างๆ ที่ผมเขียนถึงนะ เพียงแต่ผมคิดว่าการทำงานประจำน่าจะมีโอกาสมากกว่าแค่นั้นเอง

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะยังคงเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองไหม?

คิดว่าคงทำ แต่คงไม่ถึงกับทุบหม้อข้าวตัวเอง ถ้าผมสามารถย้อนเวลากลับไปตอนที่ยังทำงานประจำอยู่ ผมจะบอกให้ตัวเองทำธุรกิจส่วนตัวเป็นงานเสริม จนกว่าจะตั้งหลักให้ได้ก่อน เพราะตอนที่ผมทุบหม้อข้าวหันมาทำธุรกิจของตัวเองโดยไม่มีงานประจำรองรับ จะกินข้าวผัดกะเพรา บวกไข่เพิ่มอีก 5 บาทหรือไม่บวก ผมยังต้องคิดหนักเลยครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นนะครับ

ถ้าคุณมีคำถาม ความเห็น หรือข้อสงสัยยังไง มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยครับ

ถ้าคุณคิดว่า “หม้อข้าวมีไว้ใส่ข้าว ไม่ได้มีไว้ให้ทุบเล่น” เคมีเราน่าจะตรงกัน เพราะบริษัทของผมกำลังหาคนอยู่ ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานว่างได้นะครับ 🙂