ความแตกต่างระหว่าง Great Manager และ Great Leader

มีตัวอย่างมากมายที่เขียนอธิบายความแตกต่างระหว่าง Leader และ Manager ได้ดี แต่ในความเห็นของผม ผมคิดว่าประโยค 2 ประโยคนี้เป็นประโยคที่อธิบายใจความสำคัญได้ครบถ้วนกระบวนความมากที่สุด

ถ้าเข้าใจ 2 ประโยคนี้อย่างลึกซึ้ง จะทำให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Leader และ Manager และคุณจะสามารถหยิบบทบาทมาใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

2 ประโยคที่ว่านี้เขียนโดย Marcus Buckingham ในหนังสือ What Great Managers Do ของ Harvard Business Review

“Great managers discover what is unique about each person and then capitalize on it.” และ “Great leaders discover what is universal and capitalize on it.”

อธิบายเพิ่มเติมถึงความแตกต่างระหว่าง Great manager และ Great leaders

คุณสมบัติของ Great Managers

ขอเริ่มอธิบายที่ประโยคแรกก่อน Great managers discover what is unique about each person and then capitalize on it หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า ผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมจะค้นหาว่าคนแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยเฉพาะตัวยังไง จากนั้นก็จะใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นๆ

ซึ่งประโยคนี้ผมคิดว่าจริงมากเพราะหน้าที่หลักของ Manager คือการบริหารจัดการคนที่มีความสามารถ นิสัย และแนวคิดที่แตกต่างกันให้สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างดีและดึงความสามารถของแต่ละคนออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด

เครื่องมือที่ผมอยากเอามาแนะนำเพื่อช่วยทำความเข้าใจคนแต่ละคนคือ Strengths Finder โดยที่เครื่องมือนี้จะมีชุดคำถามให้คนทำและจะบอกว่าคนคนนั้นมีจุดแข็งเรื่องอะไร จากนั้นหน้าที่ของ Manager คือการช่วยคนคนนั้นพัฒนาต่อจากจุดแข็งที่พวกเขามี

ผมคิดว่าหนึ่งในทักษะสำคัญที่ Great Managers ต้องมีก็คือ Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นครับ Empathy จะทำให้ Great Managers เปรียบเสมือนว่ามีสัมผัสที่ 6 ที่จะช่วยให้เข้าใจถึงความแตกต่างของคนแต่ละคน

มี Empathy มากก็จะเข้าใจมาก มี Empathy น้อยก็จะเข้าใจน้อย

คุณสมบัติของ Great Leaders

ถัดมา Great leaders discover what is universal and capitalize on it หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า ผู้นำที่ยอดเยี่ยมจะค้นหาว่าอะไรเป็นจุดร่วมที่เหมือนกันของคนทุกคน จากนั้นก็จะใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นๆ

ซึ่งผมก็ชอบประโยคนี้มากๆ เช่นกัน หน้าที่ของผู้นำคือการพาคนก้าวไปข้างหน้าเพราะฉะนั้นผู้นำต้องพยายามเอาปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิสัย เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา ความต้องการที่แตกต่างกันของคนแต่ละคนออกจากสมการให้ได้มากที่สุด และพยายามโฟกัสในจุดร่วมที่คนทุกคนเห็นร่วมกันว่าสำคัญ จากนั้นก็ทำให้ทุกคนเชื่อตามและมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

ทักษะที่สำคัญสำหรับ Great Leader ในความเห็นของผมคือ Storytelling ครับ ถ้าจะทำให้คนคล้อย (และเคลิ้ม) ตามได้ Storytelling เป็นสิ่งที่สำคัญ เรื่องที่มีใจความสำคัญเหมือนกันแต่ถ้าถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน พลังก็จะต่างกันครับ

การทำ Storytelling คือการ “ร้อยเรียงเรื่องราว” ครับ

สรุป

และนี่คือความแตกต่างสำคัญของ Great Managers และ Great Leaders นะครับ

ทั้งนี้ในบทความที่ Marcus Buckingham เขียนเขาบอกว่า คนหนึ่งคนสามารถเป็นได้ทั้ง Great Manager และ Great Leader นะครับ แต่คนคนนั้นจะต้องเข้าใจว่า 2 คำนี้ไม่เหมือนกันและต้องใช้ความรู้ความสามารถที่ต่างกัน

ผมได้อ่านบทความอีกบทความนึงของ Harvard Business Review เรื่อง Leadership ซึ่งเขาบอกว่าสไตล์การนำนั้นมีอยู่ทั้งหมด 6 รูปแบบ ซึ่งคนหนึ่งคนสามารถเรียนรู้และฝึกสไตล์การนำทั้ง 5 รูปแบบนี้ได้และควรจะต้องถูกเรียกมาใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกันไป คุณสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “ทำความรู้จักการนำทั้ง 6 สไตล์ (Leadership Style) อยากนำต้องรู้!

ส่งท้าย

พอเขียนบทความนี้จบแล้วกลับไปอ่านทำความเข้าใจอีกรอบ ผมรู้สึกว่าผมยังห่างไกลคำว่า “Great” อยู่มาก ฮา เพราะเป็นคนที่ Empathy น้อยอยู่ – Empathy เป็นจุดแข็งลำดับสุดท้ายของผมใน Strengths Finder และก็ยังไม่มี Storytelling ที่ดีสักเท่าไหร่

แต่ก็ยังคิดว่าตัวเองพัฒนาต่อไปได้ครับ ถ้าคุณอยากเป็น Great Managers และ/หรือ Great Leaders ก็มาพัฒนาไปด้วยกันนะครับ 🙂