“คู่แข่ง” เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการพัฒนา
คำว่าคู่แข่งหมายถึงคนที่อุตสาหกรรมเดียวกัน อาจจะมีเป้าหมายคล้ายกัน ขายของคล้ายกัน หรือมี Target ลูกค้าเป็นกลุ่มเดียวกัน
มองเผินๆ การมีคู่แข่งดูเหมือนจะไม่ดี เพราะเราและเขาเหมือนจะมีความสัมพันธ์แบบ Zero-sum Game ถ้าเราได้ เขาจะไม่ได้ ถ้าเขาได้ เราจะไม่ได้
แต่จริงๆ แล้ว การมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ จะยิ่งดีกับตัวเรา
เพราะอะไร?
คู่ 3 แบบ
1. คู่แข่ง… ช่วยให้เราไม่หยุดนิ่งกับที่
ถ้าเราไม่มีคู่แข่ง เราอาจจะพอใจกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ เมื่อพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ การพัฒนาก็อาจจะไม่เกิด เมื่อการพัฒนาไม่เกิด อนาคตคุณอาจจะถูกผู้ท้าชิงเข้ามาแย่งชิงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
ลองจินตนาการ…
โลกฟุตบอล ที่ โรนัลโด้ ไม่มี เมสซี่
โลกช้อปปิ้ง ที่ ลาซาด้า ไม่มี ช้อปปี้
โลกเครื่องดื่ม ที่ โค้ก ไม่มี เป๊ปซี่
โลกรองเท้า ที อาดิดาส ไม่มี ไนกี้
โลกต่างๆ ทางด้านบนคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นน้อยลง และอีกฝ่ายที่ยังอยู่ ก็อาจจะไม่พัฒนาจนถึงทุกวันนี้ก็ได้
สิ่งสำคัญ คือเราไม่ควรมอง “คู่แข่ง” เป็น “ศัตรู” ที่ต้องฟาดฟันกัน ไม่เอ็งหรือข้าต้องแพ้ไป แต่ควรจะมองเป็นคู่ที่ช่วย “ผลักดัน” เรามากกว่า
2. คู่แข่ง… เปลี่ยนเป็นคู่ค้าได้
ถ้าปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่
คู่แข่ง (Competitors) อาจจะกลายเป็นเพื่อนร่วมวงการ (Industry Peers)
สำหรับผมแล้ว คำว่า Industry Peers คือคนที่อยู่ร่วมวงการเดียวกัน อาจจะมี Area ที่ทับซ้อนกันบ้าง แข่งขันกันบ้าง แต่เวลาเขามีงาน เรายินดีช่วยสนับสนุนเขา และเวลาเรามีงาน เขาก็ยินดีช่วยสนับสนุนเรา
จริงๆ ในอุตสาหกรรมที่ผมอยู่ (Media & Training) ผมคิดว่าผมมี Industry Peers เยอะมากจริงๆ
คือเวลาที่สื่ออื่น (ในสาย Business & Marketing) จัด Event บริษัทของผมก็จะทำหน้าที่เป็น Media Partner หรือไปร่วมงานแสดงความยินดีกับความสำเร็จให้กับคนจัด ในเวลาที่ผมจัดงานบ้าง พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ต่างก็มาช่วยเป็น Media Partner มาคอยช่วยสนับสนุนกันทั้งนั้น
หรือตอนที่ผมจัดคลาส การขอให้วิทยากรในสาย Marketing & Business มาช่วยพูด ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในขณะเดียวกัน ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ ที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้วในวงการ มาขอให้ผมไปช่วยพูดช่วยสอนให้ ถ้าไม่ติดอะไร ผมก็จะไปสอนให้เช่นเดียวกัน
3. คู่แข่ง… นอกจากคู่ค้าแล้ว ยังเปลี่ยนเป็นคู่หูได้
ถ้าลองมองให้ลึกลงไปอีกขึ้น การที่ใครสักคนเป็น Industry Peer ของคุณ แสดงว่าเขาต้องมีอะไรที่ทำได้ดีอยู่แน่ๆ
และมันจะดีมากถ้าคุณสามารถคิดดูได้ว่า “คุณ” และ” เขา” จะร่วมมือกันจนกลายเป็น “เรา” และจะ Leverage อะไรกันได้บ้าง
อะไรที่คุณมี แต่เขาไม่มี และเขามี แต่คุณไม่มี
อะไรที่คุณทำได้ดี แต่เขายังทำได้ไม่ดี และเขาทำได้ดี แต่คุณยังทำได้ไม่ดี
บางครั้งการมา x กัน อาจจะสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าการพยายามทำอยู่แค่ตัวคนเดียวก็ได้
สรุป
คู่แข่ง คู่ค้า คู่หู
มองคู่แข่งเพื่อให้เราเรียนรู้ และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับมาพัฒนาตัวเอง
และจะดีมากถ้าเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า สร้างความช่วยเหลือระหว่างกัน
และจะดีสุดๆ ถ้าเปลี่ยนคู่ค้าให้กลายเป็นคู่หู ลองทำ Project บางอย่าง หรือบุกตะลุยตลาดด้วยกัน
จะฟาดฟัน หรือจะร่วมมือกัน ทางเลือกเป็นของคุณครับ 🙂



