“3 คลื่นลมแรง” ที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ

Featured Image thailand business outlook scbeic

Thailand Business Outlook: ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจ มองหาโอกาสใหม่ จากงาน SME ต้องรอด 2025 by LiVE Platform

บทความนี้ ผมจะมาฉายภาพเศรษฐกิจของโลกและไทย เพื่อให้เห็นคลื่นความท้าทายที่เข้ามา ฟังจบแล้วเครียดเลย อยากจะชวนทุกคนมาเครียด (เอาจริงๆ คือมาเตรียมตัว 😂) ไปด้วยกัน ดังที่ Speaker บอกไว้ว่า ภายในความท้าทายมีโอกาส ถ้าเห็นภาพ ปรับตัว และวางแผนให้ดี

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ 3 คลื่นลมแรง

  1. ความท้าทายจากต่างประเทศ
  2. ความเปราะบางภายในประเทศ
  3. ข้อจำกัดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

1. คลื่นความท้าทายจากต่างประเทศ: คลื่นสงครามการค้า อุปสงค์ต่างประเทศอ่อนลง

  • เรื่องภาษี (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐ ถึงจะชัดขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง โดยเฉพาะภาษีรายสินค้าเพิ่มเติม (เช่น Semi-conductor & Pharma) และการเจรจาบางประเทศก็ยังไม่จบ
  • Reciprocal Tariffs ประเทศต่างๆ ใน ASEAN โดยภาษีเพิ่มค่อนข้างเยอะ (เฉลี่ย 23%) ส่วนเอเชียโดนอยู่ที่ 17% โดยเฉลี่ย
  • ของไทยโดน Reciprocal Tariffs 19% (เฉลี่ยอันดับที่ 25)
  • รอบนี้สหรัฐน่าจะเอาจริงกับการขาดดุลการค้าของพวกเขา
  • 76% ของ CEO ทั้งโลกที่ทาง EY Survey มาบอกว่าจะชะลอ/ยกเลิกโครงการลงทุนจากภูมิรัฐศาสตร์ & การค้าโลก
  • เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลงมากในช่วง 1-2 ปีนี้ ซึ่ง GDP โดยเฉลี่ยแล้ว จะเติบโตช้าลง
  • ASEAN (Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore & Vietnam) ยังเป็น Region ที่เติบโตได้ดีอยู่เมื่อเทียบกับ Region อื่นๆ เฉลี่ยแล้ว GDP ราวๆ 5%
  • สมครามการค้าจะกดดันเศรษฐกิจไทย การส่งออกจะหดตัวสูง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ เพราะเรื่องภาษีและเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็วในช่วงที่ผ่านมา (เรื่องนี้ทำให้เรื่องการท่องเที่ยวเสียเปรียบเวียดนามเลย)
  • อีกความท้าทายที่ไทยต้องเจอคือเรื่องการที่สินค้าต่างชาติทะลักเข้ามาไทย โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน บางอุตสาหกรรมอาจจะเจอความเสี่ยงภาษีสวมสิทธิ์ของสหรัฐ เพราะพึ่งพาวัตถุดับนำเข้าสูง
  • ท่องเที่ยวไทยเจอมรสุมอีกหลายระลอก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง
  • ประเทศไทยเองก็มีการปรับตัวระดับนึง แต่ประเทศอื่นๆ นั้นอาจจะมีการปรับตัวเยอะกว่ามาก

2. คลื่นความเปราะบางภายในประเทศ

  • หลังจากผ่านวิกฤตทุกครั้ง เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำลง ส่วนหนึ่งจากปัญหาเชิงโครงสร้างสะสม
  • สัดส่วนการลงทุนของไทยต่ำเพียงแค่ 20% ของ CDP
  • Competitiveness Ranking ของไทยลดลงจาก 25 เป็น 30 ในปี 2024 (จัดอันดับโดย IMD)
  • ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) โดยสมบูรณ์
  • สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังสูง สาเหตุหลักเพราะสถาบันทางการเงินเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และหนี้เสียยังคงสูง ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อการบริโภคในอนาคต
  • ตลาดแรงงานไทยเปราะบางขึ้น สะท้อนจากรายได้ที่แท้จริงของลูกค้าฟื้นตัวช้างกว่าช่วงก่อนเกิด Pandemic

3. ข้อจำกัดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • การลงทุนภาคเอกชนจะชะลอลง ในปีนี้อัตราการเปิดกิจการใหม่ติดลบ 4.9%
  • SME ยังมีความเปราะบาง แต่ธุรกิจ Top 1% ของไทยเติบโตต่อเนื่อง
  • SME มองเศรษฐกิจไทยแย่ ต้นทุนสูง กำลังซื้อเปลี่ยน และการแข่งขันมากขึ้น
  • การเข้าถึงสินเชื่อยังทำได้ยากโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก
  • ดอกเบี้ยอาจจะมีแนวโน้มลดลงอีก เพราะทาง Speaker คาดการณ์ว่าแบงค์ชาติอาจจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงและเรื่องการเงินที่ตึงตัว
  • SCB คาดการณ์ว่า GDP ของไทยในปี 2025, 2026 & 2027 จะเป็น 1.8%, 1.5% & 2% ตามลำดับ (โตน้อยมากกก)

ความท้าทายและโอกาส

ความท้าทายของไทย

  1. Margin Squeeze >> ความสามารถในการทำกำไร
  2. Demand Dilemma >> พฤติกรรม Consumer เปลี่ยน
  3. Supply Risks >> Supply มีจำกัด
  4. Productivity Uplift >> การ Upskill & Reskill พนักงาน

4 กลยุทธ์สำคัญสำหรับ SME

  1. ลดต้นทุน: ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  2. บริหารความเนี่ยง: สร้างพันธมิตร หาตลาดใหม่
  3. ขยับบทบาทใน Value Chain จากผู้รับ เป็น Value Creator
  4. พลิกวิกฤติเป็นโอกาส: ปรับตัว เท่าทันกติกา

สรุป

สรุปจาก Session ของ ดร. ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center, SCB จากงาน SME ต้องรอด 2025 by LiVE Platform

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top