รีวิว Polar Loop: Wearable ที่เกิดมาเพื่อท้า Whoop

Featured Image Polar Loop

ก่อนอื่นบอกก่อนเลยว่าที่เกริ่นไว้ตอนแรกเป็นแค่คำโฆษณาให้คนอยากคลิกมาอ่าน 😂

ตอนแรกจะใช้คำว่า “ฆ่า” แทน “ท้า” เลยด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวมันจะ Mislead เกิน เพราะผมคิดว่า Polar ไม่น่าจะดีเท่า Whoop ครับ แต่ถือเป็น Alternative ที่น่าสนใจ

ในโพสต์นี้ ผมจะมารีวิว Polar Loop ให้ได้อ่านกัน หลังจากที่ใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์นะครับ

หรือถ้าอยากดูแบบเป็นคลิป ดูได้ทางด้านล่างเลยครับ

YouTube video

ข้อดีของ Polar Loop 🤩 

หลักๆ มีอยู่ 2 ข้อคือ

  1. Distraction-free: เอาไว้ Track ค่าต่างๆ ของร่างกายได้โดยที่เรา Wear it & Forget it ระหว่างวันได้เลย ตัวเครื่องอยู่ได้ราวๆ 7-8 วัน ถึงค่อยชาร์จทีนึง
  2. Subscription-free: ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายปี ซื้อครั้งเดียวจบ ผมซื้อตรงจากเว็บ + จ่ายภาษีให้ DHL รวมๆ แล้วประมาณ 6-7 พันบาท
  3. ขอแถมอีกข้อ คือผมคิดว่า Polar Loop (สี Sand) สวยและมีน้ำหนักเบามากๆ ผมไม่รู้สึกรำคาญเวลาต้องใส่ทั้งวันเลย

ข้อด้อย 🤔

  • Setup ยาก: ผมเจอปัญหาตอน Pairing กับอุปกรณ์อยู่เกือบๆ วัน แต่สุดท้ายก็ค้นพบวิธีแก้คือ ต้องเข้าไป Forget Device บนหน้าเว็บไซต์ของ Polar ก่อน ถึงจะสามารถเชื่อมต่อได้สำเร็จ
  • ชาร์จตอนใส่อยู่ไม่ได้
  • ผมรู้สึกว่า Customer Support เขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ติดต่อไป ช่วยอะไรไม่ค่อยได้เลย งมเองดีกว่า

สิ่งที่ทาง Polar Loop Track ให้ได้ 📊

  1. Activities: ดูว่าในแต่ละวันเราทำอะไรบ้าง มี Movement แค่ไหน
  2. Training: ดูว่า Session การออกกำลังกายของเราเป็นยังไง เบิร์นไปกี่แคล และทำตาม Target ได้รึเปล่า (อันนี้ผมไม่ได้ตั้ง Target ไว้)
  3. Nightly Recharge™: มันจะบอกว่าการนอนของเราช่วยให้ร่างกาย Recovery ได้ดีแค่ไหน โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ส่วนคือ 1. Sleep Charge: วัดคุณภาพของ Sleep ว่าเรานอนหลับได้ดีแค่ไหน ไม่ใช่แค่นอนนานแค่ไหน แต่ลงลึกถึง Sleep Stage ต่างๆ ซึ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและสมอง 2. ANS Charge: วัดการ Recovery ของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเครียดสะสมที่ดีที่สุด ถ้าค่านี้สูง แปลว่าร่างกายและจิตใจของเราพร้อมสำหรับวันต่อไป แต่ถ้าต่ำ ก็เป็นสัญญาณว่าเราควรจะต้องพักผ่อนให้มากขึ้น
  4. Boost From Sleep: Polar จะ Forecast ระดับพลังงานของเราในแต่ละวัน ทำให้ดูว่าช่วงไหนของวันที่มีแรงเยอะ (จะได้ทำ Deep Work) ช่วงไหนที่มีแรงน้อย (ทำ Light Task) หรือช่วงไหนควรพักผ่อนได้แล้ว

สรุป

  • โดยรวมแล้ว ผมคิดว่า Polar Loop เป็นอุปกรณ์ที่ดีเลยนะ คือถ้าใครอยากมี Self-awareness อยาก Track ตัวเลขต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายตัวเอง อยากใส่ของที่ไม่มีจอ และไม่ต้องจ่ายรายปี ผมว่า Polar Loop น่าสนใจเลย

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจ ผมมีเคล็ดลับการสั่งซื้อให้คุ้มค่าที่สุดมาฝากครับ

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ของ Polar
  2. มองหาช่องสำหรับ สมัครรับ Newsletter เพื่อรับส่วนลด 10%
  3. จากนั้นก็สั่งซื้อ Polar Loop ราคาหน้าเว็บหลังหักส่วนลดแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท
  4. สินค้าจะถูก จัดส่งผ่าน DHL และเมื่อมาถึงไทยจะต้องมีการจ่ายภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีกประมาณ 600-700 บาท ซึ่งขั้นตอน การจ่ายภาษีนั้นง่ายและสะดวกมาก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top