บทเรียนจาก 5 Transformation Journey ของพี่เจี๊ยบ ปฐมา จันทรักษ์, Country Managing Director at Accenture Thailand กลั่นจากประสบการณ์จริงกว่า 30 ปี!
โคตรดี! อยากเอามาแชร์ให้อ่านกัน
ประวัติสุดเทพของพี่เจี๊ยบ
- พี่เจี๊ยบอยู่ เริ่มงานที่ Seagate ทำได้อยู่ 4 ปี
- จากนั้น ทำ Microsoft มา 23 ปี ทำงานกับ 3 CEO ของ Microsoft ตั้งแต่ Bill Gates, Steve Ballmer & Satya Nadella
- ช่วง 7 ปีที่แล้วพี่เจี๊ยบตัดสินใจกลับมาดูแลครอบครัวที่ไทย และมา Run IBM ประเทศไทยอยู่ 3.5 ปี
- จากนั้นตัดสินใจข้ามจากสาย Tech มา Accenture ที่เป็น สาย Consulting มาได้ 3 ปีแล้ว
- ก่อนหน้านี้ ทั้ง IBM & Accenture ไม่เคยจ้าง Country Managing Director ที่เป็นคนนอกบริษัทมาก่อน พี่เจี๊ยบเป็นคนแรก
Transformation Journey ของพี่เจี๊ยบกลั่นออกมาเป็น 5L
1. L – Legacy (The Foundation)
- ความสำเร็จ/มรดกในอดีตมีเหรียญ 2 ด้าน 1. มีคุณค่าที่ควรรักษา 2. มีความเชื่อที่ต้องถูกท้าทาย เราควรจะเคารพความสำเร็จ/มรดกในอดีต แต่ไม่ควรกลัวที่จะเขียนเรื่องราวในบทถัดไป
- อย่าปล่อยให้ความสำเร็จในอดีตกลายมาเป็นกุญแจมือ อดีตที่ผ่านมามีข้อดี แต่ถ้าวันนี้มันไปต่อไม่ได้ ก็ต้องพยายามปรับ
- คำถามที่พี่เจี๊ยบเอาไว้ Exercise ถามทีมคือ “ทำไมต้องมีเรา (บริษัทของเรา)” อะไรที่มีแต่เราที่ทำได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ทำได้ยาก
- ลักษณะการทำงานของ Microsoft คนทำ Strategy นั่งอยู่ที่ HQ ที่ Seattle และค่อย Rollout ลงมาที่ Region & Country ว่าง่ายๆ คือ 70% ถูกคิดมาแล้วจากยานแม่ และอีก 30% ค่อย Adapt หน้างาน ซึ่งนี่เป็น Model ที่ทำให้เขา Lean มากๆ ทำให้สิ่งต่างๆ Consistent ในขณะที่ยังมี Room ที่ปรับให้เข้ากับแต่ละประเทศอยู่ Culture ของคน Microsoft ก่อนที่ Satya จะมาคือ คนเสมือนว่ารักกัน แต่รักกันแค่ในทีม ถ้าทีมของเราสำเร็จ หัวหน้าจะได้หุ้นมาก้อนนึงสำหรับทีมของเขา เพราะฉะนั้นมันต้องสอยทีมอื่นเพื่อทำให้หัวหน้าจะได้หุ้นมามากขึ้น ข้อดีคือแต่ละทีมพยายามจะ Deliver Result แต่ถึงจุดนึง มันทำให้คนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่ก่อนที่ Microsoft เวลาประเมิน แต่ละทีมต้องเขียนว่า 6-12 เดือนบ้าง ทีมของคุณทำอะไรที่ทำให้ Achieve KPI บ้าง? แต่ Satya เปลี่ยนมี 3 อย่าง
- 6-12 เดือนที่ผ่านมา คุณทำอะไรให้ใครประสบความสำเร็จบ้าง?
- 6-12 เดือนที่ผ่านมา คุณไป Pickup Project หรือ Initiative ของใครมาต่อยอดให้ดีขึ้นบ้าง?
- ถ้ามี 3-5 ข้อที่จะช่วยให้เปลี่ยนองค์กรไปในทิศทางได้ดีขึ้น 3-5 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง?
- อย่าเอาไม้บรรทัดของคนอื่นมาวัดความสำเร็จของคุณ ความสำเร็จของแต่ละองค์กรในการสร้าง Foundation อยู่ที่ตัวคุณเป็นคนกำหนด
- พี่เจี๊ยบแนะนำให้อ่านหนังสือ Hit Refresh ที่เขียนโดย Satya Nadella ที่เป็น Employee Edition
2. L – Lift (Empowering Others)
- หนังสือเล่มถัดมาที่พี่เจี๊ยบอยากแนะนำคือ Growth Mindset ตอนนั้น Satya บอกว่า คนของ Microsoft มี Fixed Mindset เหมือนคำอธิบายในหนังสือเล่มนี้เลย
- วิธีการสร้างวัฒนธรรมให้เติบโตคือต้องเริ่มที่คน
- พี่เจี๊ยบกลับมาเป็น Country MD ของ Microsoft ที่ไทยอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ Microsoft จะมีงานประกวด Imagine Cup ซึ่งที่เจี๊ยบส่งเด็กไทยไปประกวด ไม่ใช่เพื่อให้ได้รางวัล แต่ต้องการทำให้คนเข้าใจเรื่อง Purpose
- ถ้าเราสร้างสภาพแวดล้อมในองค์กรให้เขาเชื่อว่า เราในฐานะ Leader จะพาเขาไปถึงจุดนั้นให้ได้ ต่อให้ใช้เวลานานแค่ไหน ถ้าพวกเขาเชื่อ คนจะทยอยขึ้นรถไปกับคุณ วันที่ Satya บอกว่าจะ Cloud First, Mobile First มีคน 20% กระโดดขึ้นรถอีก 70% บอกว่าไม่รู้ว่ารอดไหม ไว้รอรถขยับค่อยขึ้นรถก็ยังทัน อีก 10% จะบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ Satya บอกว่า คุณอย่าไปเสียเวลากับ 10% นั้น เพราะพวกเขาจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง และถ้าเราไปโฟกัสคน 10% นั้น คน 20% ที่อยู่บนรถแล้วก็อาจจะลังเลไม่แน่ใจ และกระโดดออกจากรถ
- Leadership isn’t just about leading the best – it’s about believing in the NEXT: ตอนที่พี่เจี๊ยบ Shift มาทำ Accenture มีคนที่กระโดดขึ้นรถในตอนแรกด้วยแค่ประมาณ 2%
- ถ้าอยากสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบก้าวกระโดด อย่ากักตุนอำนาจไว้กับตัวเอง ให้สร้างคนขึ้นมาแทน
3. L – Light (Clarity and Truth)
- พี่เจี๊ยบเคยมีช่วยที่มี Chaos ในชีวิต ทั้ง Tech Disruption, Personal Betrayal, Public Scrutiny, Legal Battles, Pandemic, Relocating & Starting Over และ Being an Outsider พี่เจี๊ยบบอกว่า ในวันที่ต้องตัดสินใจ เลือกที่จะเป็นแสงสว่างให้ตัวเอง ไม่ใช่เสียงรบกวน เลือกโต้ตอบสิ่งต่างๆ ด้วย Calm, Consistency, and Clarity
- ในวันที่คุณเจอเรื่องร้ายๆ คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเอง เพื่อนของคุณไม่ต้องการมัน ศัตรูของคุณยังไงก็ไม่เชื่อคุณ
- ถ้าอยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
- เวลามีใครในองค์กรที่ไม่อยากเปลี่ยนพูดว่า That’s not how we do things. ให้โต้ตอบกลับไปด้วยคำว่า Great! There’s always the first time.
- การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ยาก แต่ความเสียใจเป็นสิ่งที่ยากกว่า
- วัฒนธรรมที่คน “พร้อมเรียนรู้ทุกอย่าง” จะทำผลงานได้ดีกว่า “วัฒนธรรมที่คนรู้แล้วทุกอย่าง” แล้วเสมอ
4. L – Let Go (Release and Rebirth)
- พี่เจี๊ยบเคยได้รับรางวัล Platinum Club ที่ Microsoft ซึ่งเป็นรางวัลที่ทำ Strategy ได้สุดยอดในปีนั้นๆ (อยู่ในแกงค์เดียวกับ Satya เลย) เมื่อก่อน Definition คำว่า Success ของพี่เจี๊ยบคือการเอาเอารางวัลมาตั้งที่ตู้โชว์เลย
- แต่เรื่องการถูกฟ้อง เรื่อง Fake News เกี่ยวกับผู้บริหารถีบหน้าตำรวจ เรื่องเหล่านี้สะเทือน Ego ของพี่เจี๊ยบมากๆ
- เวลาที่คุณเป็น Leader สิ่งที่คุณต้องจำและทำให้ได้คือการ “Let it go” ซึ่งพี่เจี๊ยบบอกว่าการ Let it go เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในเส้นทางการเติบโตของพี่เขา แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดเช่นกัน Let go ในการเป็นคนที่เก่งที่สุด คนที่ถูกที่สุด คนที่เป็นที่ต้องการที่สุด
- อย่าปล่อยให้ความสำเร็จควบคุมสมอง และความล้มเหลวเกาะกุมหัวใจ
- พี่เจี๊ยบบอกว่าพี่เจี๊ยบไม่ได้สำเร็จเพราะคนกระโดดมาร่วมรถมากขึ้น แต่เป็นการที่พี่เจี๊ยบไม่ต้องเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง แต่คนในที่ Accenture สามารถลุกขึ้นมา Lead ได้
- The Real Pride ของพี่เจี๊ยบ คือการที่ Culture ยังคงหายใจอยู่แม้พี่เขาไม่อยู่ในห้องนั้นแล้ว
5. L – Live it (Embodied Culture)
- อย่าพูดถึงวัฒนธรรม ให้ใช้ชีวิตอยู่กับมัน แล้วเดี๋ยวทุกคนจะตามมาเอง
สรุปจบสุดท้าย
พี่เจี๊ยบฝาก Powerful Statement ไว้ตอนจบอยู่ 3 อย่างคือ
- อย่าขออนุญาตใครถ้าคุณจะบิน ปีกเป็นของคุณ (อย่าร้องเพลง คนไม่มีปีก เกิดทันไหม 😂) และไม่มีใครเป็นเจ้าของท้องฟ้า
- ทุกสิ่งอยู่ที่ Mindset
- You are not here to maintain the possible. You are here to TRANSFORM the impossible.
ขอบคุณ DTX ที่เชิญพี่เจี๊ยบมาแชร์ได้ครับ ทรงพลังจริงๆ



