8 เรื่องที่ควรเริ่มต้นศึกษาในปีหน้าเพื่อตามอนาคตให้ทัน

Featured Image learn for the future r1

รู้สึกเหมือนกันไหมว่าทำไมปีนี้มันมีศัพท์แสงใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมามากมายเหลือเกิน…

คุณไม่ได้รู้สึกคนเดียว ผมก็รู้สึก แบบว่าเผลอแป๊ปๆ ก็มีคำใหม่ๆ เข้ามาอีกแล้ว

ใจนึงก็ขี้เกียจ อีกใจนึงก็รู้ว่า “ความเปลี่ยนแปลง” เป็น “สิ่งที่แน่นอน”

บางเรื่องมันอาจจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง บางเรื่องเราอาจจะยังไม่เห็นภาพ แต่ถ้าเราลองพยายามศึกษาดู เราอาจจะเจอสิ่งที่ทำให้โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปยัง Wave ใหม่ก็ได้นะ

จะ Ride the wave หรือ lost in the wave… ทางเลือกเป็นของคุณ

ป.ล. โพสต์นี้ผมเขียนขึ้นโดยอิงจากสิ่งที่ตัวเองกำลังศึกษาอยู่ (และกำลังจะศึกษาในปีหน้า) ถ้ามีเรื่องอื่นเรื่องไหนที่น่าสนใจ น่ารู้เพิ่ม มาแชร์กันได้นะครับ 🙂

1. Digital Literacy

เรื่องความรู้ความเข้าใจในโลกดิจิทัลเป็นเรื่องพื้นๆ ที่ไม่พื้นๆ เรื่องพื้นฐานอย่างพวก Security / 2 Factor Authen หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คุณไม่โดนหลอกเป็นเรื่องสำคัญ

หรือเรื่องที่ผมจะเขียนถึงในข้อถัดๆ ไป ในตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ในอนาคต หลายๆ ข้อจะเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงโดยทั่วไป

ยิ่งพื้นฐานแน่น การต่อยอดจะไปต่อได้ไกล

ข้อนี้ในอนาคตจะสำคัญไม่แพ้ (หรือสำคัญกว่า) เรื่องภาษาเลย

#เริ่มยังไง ท่าง่ายๆ เลยคือไปทำ Account ต่างๆ บนโลกออนไลน์ของคุณให้ปลอดภัยก่อน เปิด 2 Factor Authentication

2. Coding, Low Code & No-code

Coding ถือเป็นหนึ่งในสกิลที่สำคัญสำหรับโลกอนาคต และมันเป็นสิ่งพื้นฐานที่จะทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ที่ผมจะเขียนในข้อถัดๆ ไป

ใครที่เขียน Code ก็จะมีโอกาสต่อยอดพัฒนาไปได้มากกว่า

ทั้งนี้ ในฐานะที่ตอนปี 1 ผม D ในวิชา Java (น่าจะเป็น D คนสุดท้ายก่อน F 😂) ผมเข้าใจดีเลยว่าการเขียน Code มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน

ในปัจจุบันมันก็มีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ขอแค่มีไอเดียและ Logic ที่ดีในหัวก็ทำสิ่งต่างๆ ที่คิดไว้ให้เป็นจริงได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพานักพัฒนาไปซะทุกอย่าง ตัวอย่างเช่นWordPress.org, Weblflow.com, Bubble.io หรือ Connector อย่างพวก Zapier, Automate.io หรือ Integromat เป็นต้น

ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ที่เป็น Low Code หรือ No-code Platform นั้นก็เริ่มรองรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มี Logic ที่ซับซ้อนแล้ว (ไม่ใช่แค่แสดงผลทางหน้าบ้านอย่างเดียว แต่ User ยังสามารถ Interact และสร้าง Custom Logic ได้อีกด้วย)

ในอนาคต การ Democratize การพัฒนาซอฟต์แวร์ โปรแกรม หรือแอปต่างๆ นั้นจะยิ่งทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

ขอแค่มีหนึ่งสมอง สองมือ สี่ห้องหัวใจ พร้อมไอเดียดีๆ ก็ทำสิ่งที่คิดไว้ให้เกิดได้

#เริ่มยังไง ถ้าคิดว่าเรื่องการเขียน Code ยากเกินไป/ไม่ใช่ Priority ลองเข้าไปดูเครื่องมือ Low code หรือ No-code ต่างๆ ที่ผมแนะนำทางด้านบนได้ครับ หรือถ้าอยากเริ่มต้นเขียน Code อาจจะลองไปเรียนผ่านแอปอย่าง Mimo หรือ Sololearn

3. Data

ด้วยความที่ข้อมูลถูกเก็บไว้บนโลกดิจิทัล มันเลยมีจำนวนมากมายมหาศาลมาก (Big Data) ยิ่งขึ้น และสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น

ทักษะการวิเคราะห์และการจัดการข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็น

นอกจากนั้นแล้ว เรื่อง Privacy เองก็มาแรงมากๆ จะเห็นได้จากที่ Apple เริ่มเข้มเรื่อง Privacy มากขึ้นใน iOS14 (คนยิง Ads ปวดหัวเพราะ Target Audience ได้ไม่แม่นเท่าเดิม) กฏหมาย GDPR, CCPA รวมไปถึง PDPA ของไทยที่ได้ข่าวมาว่า “มาแน่” (ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง)

#เริ่มยังไง ถ้ามีเว็บของตัวเอง ไปเล่น Google Analytics หรือมี Page ก็ไปดู Stat ใน Social หลังบ้านดู ไม่ต้องยิ่งใหญ่อลังการ เอาที่เกี่ยวข้องกับตัวเองก่อนก็พอ

4. AI

AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่เรียนรู้สิ่งต่างๆ จาก Data จำนวนมาก จนทำให้มันสามารถแนะนำหรือทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนมีสมองคิดได้เอง

ตัวอย่างเช่นในปีที่ผ่านมาผมเคยใช้ระบบ AI Writer ในการลองเขียนบทความ ซึ่งมันทำออกมาได้ดีระดับนึงเลย คือใส่ Input เข้าไปประโยคนึงแล้วให้มันเขียนเป็นพารากราฟออกมาให้

ซึ่งระบบ AI Writer หลายๆ เจ้าที่ผมใช้นั้นมันถูกสร้างบน Open AI ของ Elon Musk & Sam Altman ที่น่าจะเป็นบริษัทที่ทำเรื่อง NLP (Natural Language Processing) ที่ Advance ที่สุดในเวลานี้

#เริ่มยังไง ลองไปอ่านบทความ “[แชร์ประสบการณ์] ทดลองเขียนคอนเทนต์ด้วย AI Writer” ของผมเพื่อทำความเข้าใจดู

5. Blockchain

Blockchain คือเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง แต่เราจะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูลชุดไหน และ (ตามทฤษฏีแล้ว) แฮ๊คไม่ได้

สาเหตุที่ Blockchain เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเพิ่มเติมเพราะว่ามันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อเรื่องต่างๆ อีกมากมายหลายเรื่องที่อยู่ในลิสต์นี้ ถ้าเราไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ Blockchain จะไปศึกษาเรื่องอื่นต่ออาจจะยิ่งงง

#เริ่มยังไง ด้วยความที่ว่า Blockchain มันไม่มีให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะฉะนั้นวิธีง่ายที่สุดก็คือการอ่านครับ ลองไปอ่านดูได้ที่ https://techsauce.co/tech-and-biz/understand-blockchain-in-5-minutes หรือ https://www.investopedia.com/terms/b/blockchain.asp

6. Cryptocurrency

Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัลถือเป็นอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปีนี้

เชื่อว่าน่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าที่ Bitkub ถูกซื้อหุ้นไป 51% โดย SCB รวมมูลค่ากว่า 17,850 ล้านบาท

ซึ่งถ้าจะให้อธิบาย Cryptocurrency ง่ายๆ นั้นมันก็คือสกุลเงินคล้ายๆ กับ THB, USD แหละ แต่เป็นในรูปแบบดิจิทัลที่ถูกสร้างโดยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งสกุลเงินดังๆ ที่มีคนใช้เยอะก็อย่างเช่น Bitcoin, Etherium

#เริ่มยังไง ลองไปศึกษาการใช้งานของ Crypto Marketplace ของไทยอย่าง Bitkub, Zipmex, Satang หรือของต่างประเทศอย่าง Binance ดู

การลงทุนมีความเสี่ยง คุณควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุนนะ (นี่ผมก็ดอย Crypto อยู่ 🥲)

7. NFT

NFT ย่อมาจาก Non-fungible Token ซึ่งคำนี้ถือเป็นคำที่มาแรงมากๆ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

ซึ่ง NFT คือสินทรัพย์บนโลกดิจิทัล (ไม่ว่าจะเป็นรูป งานศิลปะ ไอเทมในเกม หรืออสังหาริมทรัพย์บนโลกออนไลน์) ที่คุณสามารถซื้อแล้วเป็นเจ้าของได้ ซึ่ง NFT นั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี Blockchain และใช้ Crypto ในการซื้อขายกัน

อาจจะอ่านแล้วดูงงว่าจะมีใครซื้ออะไรแบบจริงๆ รึเปล่า

ก็ต้องบอกว่ามีครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องของ Demand/Supply แหละ อย่าง NFT ของ Beeple ตัวนี้ ก็ถูกซื้อไปในราคา $69 ล้าน หรือถ้าจะให้ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวหน่อย ผมชอบ NFT ของ Uninspired by current events ครับ ลองไปดู NFT ที่เขาขายได้ที่ https://foundation.app/@ubce

YouTube video

#เริ่มยังไง ลองไปดูลิงก์ด้านบนที่ผมส่งให้ก่อน หรือถ้าอยากลองขาย NFT ดูก็ลองวาดรูปและเอาไปวางขายใน NFT Marketplace อย่าง OpenSea

8. Metaverse

โลกเสมือนอาจจะมาซ้อนทับโลกแห่งความจริงเร็วกว่าที่คิด เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Meta (Facebook), Microsoft และอีกหลายบริษัทลงมาเล่นตลาดนี้

ผมชอบคำอธิบายนี้จาก Meta ครับ เขาบอกว่า Metaverse คือพื้นที่โลกเสมือนจริงที่คุณสามารถสร้างและค้นหาสิ่งต่างๆ กับคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความจริงที่เดียวกับคุณ

ซึ่ง Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse นอกจากเรื่อง Blockchain/Crypto แล้วคงเป็นเรื่อง AR & VR (Augmented Reality & Virtual Reality) ครับ ไปลองหาศึกษาต่อได้

YouTube video

#เริ่มยังไง ผมเคยทำคลิปอธิบาย Metaverse แบบสั้นๆ ไว้ ลองไปดูได้ที่นี่ ลองไปอ่านดูที่พี่ Mark อธิบายได้ที่นี่ หรือถ้าอยากได้อะไรที่ล้ำๆ หน่อยก็ไปดูหนังไซไฟเรื่อง Ready Player One ครับ

สรุป

และนี่คือ “8 เรื่องที่ควรเริ่มต้นศึกษาในปีหน้าเพื่อตาม Future ให้ทัน” ในความเห็นของผมนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วถ้ารู้สึกว่าเยอะจัง จะเรียนรู้ยังไงหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ 😂  ทั้งนี้ผมมีเทคนิคที่ผมใช้มาฝากครับ คือพยายามเดินทางสายกลาง ศึกษาหลายๆ เรื่อง ตามอ่านตามฟังข่าวบ้าง และเน้นลงลึกแค่บางเรื่อง เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้สามารถ Connect the dots เชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้

ถ้ามีเรื่องอื่นที่น่าสนใจ น่าเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อตามโลกให้ทัน มาแชร์กันเพิ่มได้นะครับ 🙂

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top