10 แนวคิดเสริมสร้างภาวะผู้นำ (อยากนำต้องอ่าน)

ตั้งแต่เปิดบริษัทมา ทีมที่ Magnetolabs และ Content Shifu ก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

หน้าที่รับผิดชอบของผมเอง จากเดิมที่เป็น Doer เน้นลงมือทำงานด้วยตัวเองแทบจะทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนมาเป็น Manager/Leader ที่คอยดูแผนและกำหนดทิศทางของบริษัทมากยิ่งขึ้น

ในหลายครั้ง ผมได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ถูกต้อง แต่ก็อีกหลายครั้งยิ่งกว่าที่ผมได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ผิด

ถึงแม้ว่าประสบการณ์ในฐานะ Leader ของผมเองนั้นอาจจะยังไม่ได้มาก แต่ผมเองก็คิดว่าผมมีแนวคิดดีๆ ที่อยากจะเอามาแชร์เช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ผมจะเอามาแชร์ในบทความนี้นั้นมาจากทั้งประสบการณ์ตรง การเรียนรู้จากคนอื่น และการเรียนรู้ผ่านการอ่านครับ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้นำอยู่หรืออยากที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ผมคิดว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ครับ

ภาวะผู้นำ: 10 สิ่งที่ผู้นำที่ดีควรมี

1. เป็นผู้นำ… ต้องมีวิสัยทัศน์

ผมคิดว่าวิสัยทัศน์เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้นำควรจะต้องมี และสิ่งนี้จะเป็นรากฐานสู่ความเป็นผู้นำที่ดีให้อีกหลายๆ ข้อ

ผู้นำที่ดีจะต้องมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วๆ ไปมองไม่เห็น

ตัวอย่างที่ผมชอบคือ Jack Ma ครับ จำได้เลยว่าผมได้เคยดูคลิปที่เขาเคยพูดถึงวิสัยทัศน์ของ Alibaba ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอะไรเมื่อหลายสิบปีที่แล้วและประทับใจมาก

Jack Ma ฝันใหญ่โดยตั้งเป้าที่จะเป็น Global Company และเขาเองเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองและคู่แข่งดีมากๆ ครับ

ลองไปดูคลิปที่ผมพูดถึงได้ทางวีดีโอด้านบนหรือที่นี่ครับ

2. เป็นผู้นำ… ต้องยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ

เพราะผู้นำเป็นคนที่มองภาพลงมาจากทางด้านบน ภาพที่เห็นจึงเป็นภาพที่ใหญ่กว่าและกว้างกว่า ถ้าผู้นำทำการคิดวิเคราะห์และประมวลผลอย่างดีแล้ว ต้องยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

เชื่อว่าสิ่งที่จะทำเป็นสิ่งที่ถึงแม้จะยากแต่เป็นไปได้

เชื่อในทีมงาน

และที่สำคัญเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

สำหรับภาวะผู้นำในหัวข้อนี้นั้นผมชอบ Jeff Bezos แห่ง Amazon ครับ ผมเคยอ่านหนังสือชีวประวัติของเขาแล้วผมจำได้ว่า Amazon นั้นเคยผ่านคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตมาแล้ว (ในช่วงฟองสบู่ดอทคอม) และตัวบริษัทเองนั้นขาดทุนมาเป็นสิบๆ ปี

แต่ไม่ว่าตัวเลขต่างๆ จะเลวร้ายแค่ไหน ตัว Jeff Bezos เองนั้นมีความเชื่อและมุ่งมั่นว่าภาพที่เขาวาดฝันไว้มันจะเป็นจริงได้

เขาจึงเชื่อในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ จนทำให้ Amazon กลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จนถึงทุกวันนี้

ป.ล. ผมไม่ได้หมายความว่าผู้นำไม่ควรจะฟังใครนะครับ ผมคิดว่าผู้นำควรรับฟังข้อมูลรอบด้านไม่ว่าจะเป็นจากตลาด คู่แข่ง หรือทีมงานภายในเอง และเอาข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและตัดสินใจครับ

3. เป็นผู้นำ… ต้องมีความมั่นใจ

นอกเหนือจากการเป็นคนนำพาทีมไปยังเป้าหมายที่วางไว้แล้ว อีกสถานะที่ผู้นำทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยคือการเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน

ถ้าผู้นำมั่นใจ ทีมก็จะมั่นใจตาม

ถ้าผู้นำท้อใจ ทีมก็จะท้อใจตาม

ตัวอย่างที่ผมอยากจะเอามายกอาจจะไม่ใช่ตัวอย่างจากคนหรือเหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักมากนักแต่เป็นสิ่งที่ผมจำได้ดีเสมอมา

ตัวอย่างที่ว่าคือตัวอย่างจากตัวละครที่ชื่อว่า “โค่วจง” จากนิยายจีนของหวงอี้ที่ชื่อว่ามังกรคู่สู้สิบทิศครับ

โค่วจงเป็นแม่ทัพต้องคอยป้องกันไม่ให้ศัตรูตีเมืองให้แตก ตัวโค่วจงเองไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่าจะป้องกันเมืองได้ แต่ก็ไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเพราะเขารู้ว่าถ้าเขาท้อแท้ บรรดาทหารต่างๆ ต้องยิ่งท้อแท้หนักกว่าเขาแน่ๆ

ความมั่นใจอาจจะไม่ได้ช่วยให้คุณชนะ แต่ความไม่มั่นใจแน่ๆ เลยคือจะทำให้คุณเจอหายนะ

4. เป็นผู้นำ… ต้องรู้ดีในสิ่งที่ตัวเองทำ

Google เคยเขียนถึงหลักการในการเป็น Manager ที่ดี (ซึ่งส่วนตัวผม ผมก็คิดว่าหลักการนี้เป็นหลักการที่ดีสำหรับผู้นำเช่นเดียวกัน)

หลักการที่ว่านี้คือผู้นำจะต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิคในสิ่งที่ตัวเองทำ

การรู้ที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นการรู้เพื่อให้ผู้นำไป Micro Manage ทีม แต่เป็นการรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ รวมไปถึงการทำให้ทีมเชื่อมั่นและเป็นที่ปรึกษาเมื่อทีมต้องการ

อย่าง Google (Alphabet) เองในช่วงต้นๆ Larry Page และ Sergey Brin ซึ่งเป็นเจ้าของ Google นั้นเป็นคนที่สร้าง Algorithm ของการค้นหาขึ้นมาด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าปัจจุบันพวกเขาจะไม่ได้รู้รายละเอียดในเชิงลึกแล้ว แต่ผมก็เชื่อว่าพวกเขาก็ยังมีความรู้ในเชิงเทคนิคที่สามารถมองเห็นภาพใหญ่และให้คำปรึกษากับทีมได้ถ้าจำเป็นครับ

5. เป็นผู้นำ… ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่าง

ถ้าผู้นำไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแล้วจะมีผู้ตามที่ไหนอยากตาม?

สิ่งที่แบ่งแยกผู้นำกับหัวหน้าคือการลงมือทำและแสดงให้เห็น ผู้นำจะทำให้ดู แต่หัวหน้าจะสั่ง

ตัวอย่างที่ผมชอบคือ Sir Richard Branson เจ้าของ Virgin Group ซึ่งหนึ่งใน Culture ที่สำคัญของพวกเขาคือเรื่องของ “Adventure”

ตัว Sir Richard เองก็ทำตัวให้สมกับ Culture ของบริษัทโดยการใช้ชีวิตแบบ Adventure จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมาว่ายน้ำในทะเลทุกเช้าหรือทำอะไรแปลกๆ ที่ไม่ค่อยมี CEO บริษัทไหนเคยทำมาก่อน

อยากให้คนในทีมทำตัวแบบไหน คุณต้องทำตัวแบบนั้น

6. เป็นผู้นำ… ต้องสื่อสารให้ได้

ผู้นำนั้นจะไม่สามารถนำใครได้เลย ถ้าเขาทำได้แค่เพียงสื่อสารกับตัวเอง

ผู้นำที่ดีต้องสื่อสารให้กับทีมและให้กับคนรอบข้างเข้าใจได้ด้วย บ่อยครั้งที่ผู้นำจะต้องมีศิลปะในการสื่อสาร สามารถโน้มน้าวใจให้กับทีมเชื่อในสิ่งที่ผู้นำเชื่อ เห็นในสิ่งที่ผู้นำเห็น และทำในสิ่งที่ผู้นำอยากให้ทำ

ตัวอย่างของผู้นำที่สื่อสารได้ดีนั้นผมคิดว่ามีอยู่มากมาย (เพราะจริงๆ แล้วการสื่อสารถือเป็นทักษะพื้นฐานของผู้นำที่ดี) หนึ่งในไอดอลในดวงใจของผมคือ Sir Alex Ferguson อดีตผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะรู้แล้วว่าผมเชียร์ทีมไหน เพราะฉะนั้นเวลาเจอหน้ากัน อย่าล้อกันนะ ฮา – สำหรับคนที่ไม่ค่อยดูบอล ช่วงนี้แมนยูฯ ฟอร์มไม่ค่อยดี ซึ่งปกติแล้วถ้าทีมไหนที่ฟอร์มไม่ดี แฟนๆ ทีมนั้นจะโดนแซวเป็นประจำ)

Sir Alex มักจะมีวิธีการและจิตวิทยาต่างๆ ที่ช่วยให้เขาสามารถสื่อสารและกระตุ้นลูกทีมเพื่อให้ลูกทีมฮึดสู้ตอนที่มีสกอร์ตามหลังได้เสมอๆ จนทำให้แมนยูฯ ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงที่เขาเป็นผู้จัดการทีมอยู่

ผู้นำที่เก่งคนเดียวอาจจะพาทีมเดินไปได้ไกล แต่ถ้าผู้นำที่สามารถพาคนรอบๆ ข้างเดินไปด้วยกันได้จะเดินไปได้ไกลกว่า

7. เป็นผู้นำ… ต้องเลือกคนให้ถูกงาน

ผู้นำที่ดีจะต้องรู้ว่าทีมแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยอะไร และจะสามารถทำให้พวกเขาเปล่งประกายออกมาได้อย่างไร

ถ้าผู้นำรู้จักทีมงานแต่ละคนดีพอ ผู้นำจะสามารถเลือกใช้คนให้ถูกกับงานได้

ตัวอย่างที่ผมอยากจะยกขึ้นมาคือเล่าปี่แห่งสามก๊กครับ

เล่าปี่เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เลือกใช้คนได้ถูกกับงาน และยอมรับได้กับการที่ให้ลูกน้องเด่นกว่า ถ้าเรื่องวางแผนต้องยกให้ขงเบ้ง ถ้าออกรบต้องยกให้กวนอู

ผู้นำเก่งแค่งานไม่เพียงพอ ยังต้องเก่งคนอีกด้วย

8. เป็นผู้นำ… ต้องผลักดันผู้คน

ผู้นำที่ดีจะไม่แค่ทำให้งานเสร็จเรียบร้อยเท่านั้น แต่จะผลักดันให้คนที่เกี่ยวข้องกับงานทำงานออกมาได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ผู้นำที่ผมชอบทางด้านนี้คือ Steve Jobs

เขาเคยกล่าวไว้ว่า “My job is to not be easy on people. My job is to make them better.”

หลายครั้งที่ความต้องการของเขาดูจะเรียกร้องความพยายามและความคิดจากทีมงานของเขามากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการบีบให้ทีมทำงานต่างๆ ทำงานออกมาให้ทันเวลา (ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้) หรือกระตุ้นให้ทีมคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่ทำงานร่วมกับเขานั้นต้องพัฒนาและผลักดันตัวเองเสมอๆ

9. เป็นผู้นำ… ต้องกล้าตัดสินใจ

การที่ผู้นำไม่ตัดสินใจหรือตัดสินใจไม่ได้นั่นก็หมายความว่าผู้นำได้ตัดสินใจไปแล้ว (ว่าจะไม่ตัดสินใจ) และนั่นถือเป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุด เพราะการไม่ตัดสินใจของผู้นำนั้นจะต้องกระทบกับคนหมู่มาก

ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เกิดผลลัพธ์บวกกับลบ หรือลบกับลบลบ (คือมีแต่แย่กับแย่กว่า) ผู้นำต้องตัดสินใจทั้งนั้น

ตัวอย่างที่ผมชอบคือซีรีย์สเรื่อง 100 ของ Netflix ครับ

คลาร์ก นางเอกของเรื่องที่เป็นผู้นำของกลุ่มต้องตัดสินใจในสิ่งที่ยากโดยต้องเลือกระหว่างจะช่วยเหลือผู้ชายที่ตัวเองรัก (และอาจทำให้คนหมู่มากตกอยู่ในอันตราย) หรือจะช่วยคนหมู่มากแต่ผู้ชายที่ตัวเองรักต้องโดนฆ่าตาย

สุดท้ายนางเอกก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ็บปวดคือเลือกคนหมู่มากและเป็นคนที่ปลิดชีพคนรักด้วยตัวเอง

การตัดสินใจ ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นไปในทิศทางใด นั่นคืองานที่ผู้นำต้องทำ

10. เป็นผู้นำ… ต้องรับผิดชอบ

ดังที่ Arnold H Glasow กล่าวไว้ว่า “A good leader takes little more than his share of the blame and little less than his share of the credit” แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่าผู้นำที่ดี ถ้าเจอปัญหาต้องยืดอกรับผิดเป็นคนแรกๆ แต่ถ้าสำเร็จ ต้องยกเครดิตให้กับทีมและรับคำชมให้น้อยกว่า

ตัวอย่างผู้นำที่มีความรับผิดชอบเมื่อบริษัทเกิดปัญหาคือ Kunal Bahl และ Rohit Bansal Founder ทั้งสองของ Snapdeal บริษัท e-commerce ยักษ์ใหญ่ของอินเดียที่ประสบปัญหาจากการขยายตัวที่รวดเร็วเกินไป จน Founder ต้องไล่คนออกเป็นจำนวนมาก และต้องขอให้คนที่ยังอยู่ลดเงินเดือน โดยที่ตัว Founder ทั้ง 2 เองรับผิดชอบด้วยการลดเงินเดือนของตัวเองลง 100% ณ ช่วงขณะหนึ่ง

ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่ดีหรือร้าย ผู้นำต้องรับผิดชอบเสมอ

สรุป

และนี่คือ 10 สิ่งที่ผู้นำที่ดีควรจะมีในความคิดของผมนะครับ

อ่านจบแล้ว อาจจะรู้สึกว่ามันยากเกินไป ฮา แต่ความเป็นจริงก็เป็นเช่นนี้แหละครับ พลังอันยิ่งใหญ่ มักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง ถ้าคุณต้องการที่จะเป็นผู้นำที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนครับ

สุดท้าย ผมขอให้ (ว่าที่) ผู้นำอย่างคุณสามารถนำทีมให้ประสบความสำเร็จนะครับ