ตัดสินใจอย่างไรให้ไม่เสียใจภายหลัง

ในชีวิตของคนเราจะต้องมีการตัดสินใจเกิดขึ้นมากมาย การตัดสินใจแบบหนึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง ความน่าจะเป็นในการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ นั้นมีอย่างมากมายไม่จำกัด

คำถามที่ทุกๆ คนน่าจะมีอยู่ในใจอยู่ตลอดก็คือ “เราจะตัดสินใจอย่างไรให้ถูกต้อง และไม่ทำให้เราเสียใจในภายหลัง?”

คำถามนี้เป็นคำถามที่ยาก เพราะคำว่า “ถูกต้อง” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่วันนี้ผมมีหลักคิดอันนึงที่ทำให้คุณจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในแบบของคุณโดยที่คุณจะไม่เสียใจภายหลังครับ 🙂

รู้จักกับ “Center” ต่างๆ ของชีวิต

หลายๆ ครั้ง การตัดสินใจของคนเรานั้นมีบางสิ่งบางอย่างเป็นจุดศูนย์กลาง

จากข้อ 2 ของหนังสือ 7 Habits of highly effective people ที่ว่าด้วยเรื่องของ “Begin with the end in mind” บอกว่าจุดศูนย์กลางของเรามีหลายแบบ

เช่นถ้าเราตัดสินใจโดย Plesure centered เราก็จะตัดสินใจเลือกอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เรารู้สึกเป็นสุขในขณะนั้นๆ

หรือถ้าเป็น Money Centered เราก็จะตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ให้เงินมากที่สุดเป็นหลัก

หรือถ้าเป็น Friend Centered เราก็จะตัดสินใจเลือกเพื่อนเป็นหลัก เห็นเพื่อนมาก่อนทุกสิ่ง

จาก Blog ของ HubSpot

ซึ่งประเด็นก็คือจุดศูนย์กลาง (Center) ของเรานั้นเปลี่ยนอยู่ตลอดตามจังหวะช่วงชีวิต (หรือบางครั้งตามสถานการณ์) ถ้าเราตัดสินใจตาม Center ณ ขณะนั้นของเรา เราก็จะไม่มีหลักยึดเป็นหลักแหล่ง

สุดท้ายมันก็จะกลายเป็น ก็ฉันชอบทำแบบนั้นหรือฉันชอบคนนี้ ก็เลยตัดสินใจแบบนี้

Stephen Covey ผู้แต่งหนังสือ 7 Habits of highly effective people บอกว่าการตัดสินใจแบบนี้มันไม่ดีกับชีวิตคนเราเพราะมันไม่ได้เป็นตัวสะท้อนถึงสิ่งที่เราต้องการที่จะทำให้ได้/ที่จะเป็นจริงๆ ในชีวิต

สิ่งที่ดีกว่าคือการตัดสินใจโดยการใช้หลัก “Principle Centered”

ตัดสินใจโดยการใช้ “Principle-Centered”

การตัดสินใจแบบ Principle-Centered คือการตัดสินใจตามหลักการการใช้ชีวิต

สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณตัดสินใจแบบ Principle-Centered ได้คือการเขียน Personal Mission Statement หรือเป้าหมายในชิวิตของเราขึ้นมา (ถ้าเป็นระดับบริษัท ก็ควรจะเขียน Statement ของบริษัทหรือสร้าง Core Value ขึ้นมา) พื่อที่ว่าเมื่อต้องตัดสินใจ การตัดสินใจจะมาจากสิ่งที่เราเชื่อหรือต้องการจริงๆ ในอนาคตข้างหน้า

Stephen Covey แนะนำว่าก่อนเขียน Mission Statement หรือ Core Value เราควรที่จะต้องจิตนาการถึงตอนที่เราตายและคนมางานศพของเรา (หรือถ้าเป็นบริษัท อาจจะจินตนาการถึงวันที่บริษัทของเราต้องปิดตัวลง – อันนี้ผมให้ความเห็นเพิ่มเติมเอง) และถามตัวเองว่าเราอยากให้ตัวเราและคนที่มาร่วมงานศพของเราพูด รู้สึก คิด ถึงสิ่งที่เราทำมาอย่างไร

การทำแบบนี้เหมือนทำให้ทุกอย่าง Fast forward ละทิ้งความต้องการหรือความสุขระหว่างทางไปและโฟกัสเป้าหมายสุดท้ายจริงๆ

เพราะการตัดสินใจที่ถูกต้อง (ตามหลักการ) นั้นดีกว่าการตัดสินใจด้วยความถูกใจเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว