9 วิธีการ “เปลี่ยน” คนโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกโดนคุกคามหรือรู้สึกไม่พอใจ

ผมพึ่งอ่านหนังสือ How to Win Friends and Influence People ที่เขียนโดย Dale Carnegie จบ ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกเขียนมาเกือบๆ ร้อยปีแล้ว แต่หลักการต่างๆ ที่อยู่ในหนังสือถือว่าอยู่เหนือกาลเวลา

จริงๆ หนังสือเล่มนี้มีการแบ่ง Section ต่างๆ ออกเป็นหลาย Section สำหรับในบทความนี้ผมขอเอาเรื่อง “วิธีการ “เปลี่ยน” คนโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกโดนคุกคามหรือรู้สึกไม่พอใจ (Be a Leader: How to Change People Without Giving Offence or Arouse Resentment)” ทั้ง 9 ข้อมาเขียนแชร์ในบทความนี้นะครับ

ซึ่งสิ่งที่ผมจะเอามาเขียนแชร์เป็น “หลักการ” สั้นๆ ประกอบกับความคิดส่วนตัวของผมด้วยนะครับ ถ้าคุณอยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอย่าง ผมแนะนำให้ไปซื้อหนังสือมาอ่านครับ เพราะมันมีตัวอย่างเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่างเลย

เนื้อหาในส่วนนี้จะทำให้เข้าใจว่า การจะเปลี่ยนความคิดของคนโดยที่ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกพอใจนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการบังคับให้พวกเขาเปลี่ยนอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ สุดท้ายก็จะไม่มีใคร Win จากเรื่องนี้เลย

ถ้าพร้อมแล้ว ไปเรียนรู้วิธี “เปลี่ยน” คนโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกโดนคุกคามหรือรู้สึกไม่พอใจกันเลยครับ!

1. ถ้าต้องการหาคน/สิ่งที่ผิด นี่คือวิธีเริ่มต้นที่คุณควรทำ (If You Must Find Fault, This is the Way to Begin)

ความผิดพลาดเป็นสิ่งเกิดขึ้นได้เสมอกับทุกคน ซึ่งเมื่อทีมของคุณทำงานผิดพลาดและจำเป็นที่จะต้องหาคนหรือสิ่งที่ผิดจริงๆ คุณไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการพูดถึงสิ่งที่ผิดหรือดุด่าว่ากล่าว

คุณควรจะต้องเริ่มด้วยการสรรเสริญและชื่นชมอย่างจริงใจ จากนั้นจึงค่อยพูดถึงคนที่ผิด/สิ่งที่ผิด

วิธีการนี้จะทำให้อารมณ์ในการสนทนานั้นเบาลง ในขณะเดียวกันคุณก็จะยังไม่พูดสิ่งที่อยากพูด

Principle 1: เริ่มต้นด้วยการสรรเสริญและชื่นชมอย่างจริงใจ (Begin with praise and honest appreciation)

2. วิธีการติ โดยที่ไม่ถูกเกลียด (How to Criticize – and Not be Hated For It)

โดยพื้นฐานแล้ว ไม่มีใครที่อยากถูกเกลียด แต่การติแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม อาจจะทำให้คุณถูกเกลียดได้

วิธีการนึงที่ผมคิดว่าคุณน่าจะพอเคยได้ยินมาบ้างคือ “ติในที่ลับ ชมในที่แจ้ง” การติในที่ลับก็จะเป็นวิธีที่พอจะช่วยได้บ้าง นอกจากนั้นแล้ว การปรับจากการติตรงๆ มาเป็นพูดถึงความผิดพลาดอ้อมๆ ก็จะช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นได้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ คุณต้องทำให้มั่นใจว่าคุณยังส่งสารที่คุณต้องการส่งไปให้ผู้รับฟังได้นะครับ

และจากประสบการณ์ของผม การติอ้อมๆ ใช่ไม่ได้กับทุกครั้ง ทุกคน (บางคนอาจจะไม่เข้าใจสารที่เราต้องการจะสื่อแบบอ้อมๆ หรือไม่ก็อาจจะตีมึน) เพราะฉะนั้นบางครั้งการ ติตรงๆ ก็เป็นเรื่องจำเป็น

Principle 2: พูดถึงความผิดพลาดของคนโดยอ้อมๆ (Call attention to people’s mistakes indirectly)

3. พูดถึงความผิดพลาดของคุณเองก่อน (Talk About Your Own Mistakes First)

ก่อนจะพูดถึงความผิดพลาดของใคร การพูดถึงความผิดพลาดของตัวเองก่อนเป็นเรื่องที่ดี

เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณเองก็เป็นคนที่มีข้อผิดพลาดเหมือนกัน และวิธีนี้ยังช่วยสร้างความรู้สึกร่วมให้กับคนที่โดนติ โดนว่าอีกด้วย

หลังจากที่คุณพูดถึงความผิดพลาดของตัวเองและอีกฝ่ายแล้ว คุณอย่าลืมที่จะแสดงความเข้าใจ และทำให้เขารู้ว่าคุณอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา (และจะช่วยแก้ไขปัญหาไปพร้อมกับเขา) ด้วยนะ

Principle 3: พูดถึงความผิดพลาดของคุณเองก่อนที่จะไปติชมใคร (Talk about your own mistakes before criticizing the other person)

4. ไม่มีใครชอบถูกออกคำสั่ง (No One Likes to Take Orders)

โดยปกติแล้ว ไม่มีใครที่จะชอบถูกออกคำสั่งให้ทำนู่นทำนี่

ถ้าคุณเอาแต่สั่งๆๆ สุดท้าย คนที่ถูกสั่งอาจจะทนไม่ไหว ปล่อยเกียร์ว่าง ไม่ทำในสิ่งที่คุณสั่งให้ทำก็ได้

วิธีการที่ดีกว่าสั่งคือการถามคำถาม เช่นอาจจะถามว่า ถ้าทำสิ่งนี้แล้วผลที่ตามมาคืออะไร ปัญหานี้ควรจะแก้อย่างไร? เรื่องนี้คนจะให้ใครเป็นคนทำ เป็นต้น

Principle 4: ถามคำถามแทนที่จะออกคำสั่งโดยตรง (Ask questions instead of giving direct orders)

5. ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหน้า (Let the Other Person Save Face)

การไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหน้า (ถึงแม้ว่าคุณจะต้องติหรือเปลี่ยนแปลงเขาก็ตาม) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณไม่ถูกเกลียด

ตัวอย่างของการใช้ Principle ข้อนี้ในการทำงานเช่นแทนที่คุณจะลดตำแหน่ง (Demote) พนักงานที่ทำงานได้ไม่ตามที่คุณคาดหวัง คุณอาจจะดึงอำนาจบางอย่างออกมา และปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้เขาแทน

Principle 5: ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหน้า (Let the other person save face)

6. วิธีการกระตุ้นคนให้ไปสู่ทางสำเร็จ (How to Spur People On to Success)

อีกหนึ่งวิธีในการเปลี่ยนแปลงคนคือการชื่นชม สรรเสริญเขา เมื่อเขาทำในสิ่งที่คุณอยากจะให้ทำ

เมื่อเขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันดี เขาก็จะอยากทำสิ่งนั้นๆ ต่อไป

Principle 6: สรรเสริญการพัฒนาที่แม้จะน้อยนิดที่สุดและสรรเสริญการพัฒนาในทุกๆ ครั้ง จริงใจกับการรับรองและทุ่มเทกับการสรรเสริญ (Praise the slightest improvement and praise every improvement. Be “hearty in your approbation and lavish in your praise”)

* Principle อันนี้ผมไม่รู้แปลถูกหรือผิดยังไง ถ้าใครมีคำแนะนำเรื่องคำแปล มีคำแปลที่น่าจะดีหรือเหมาะสมกว่า แนะนำกันได้นะครับ 🙂

7. มอบชื่อเสียงที่ดีให้กับคน (Give a Dog a Good Name)

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมคิดว่าประโยค “Give a Dog a Good Name” นั้นเป็น Slang นะครับ และผมไม่ได้มีเจตนาจะเปรียบเทียบคนกับสัตว์ครับ

ถ้าคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาใครสักคน หนึ่งในวิธีที่ดีคือการมอบชื่อเสียงที่ดีให้กับเขา ซึ่งวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้คือลองสังเกตจุดเด่นหรือจุดแข็งที่เขามี จากนั้นก็ชื่นชมและให้ความเคารพเขาในจุดนั้น

ถ้าคุณมีความเคารพให้กับเขา (และเขาเคารพคุณ) แล้ว การจะขอให้ปรับปรุง พัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น

Principle 7: มอบชื่อเสียงที่ดีให้กับคนเพื่อให้พวกเขาเป็นไปตามที่คาดหวัง (Give the other person a fine reputation to live up to)

8. ทำให้ความผิดพลาดเป็นเรื่องง่ายที่จะแก้ไข (Make the Fault Seem Easy to Correct)

การทำให้ความผิดพลาดเป็นเรื่องง่ายที่จะแก้ไข จะทำให้คนอยากที่จะแก้ไขความผิดพลาดนั้นๆ

ตัวอย่างเช่นถ้าคุณเป็นครู และเห็นนักเรียนทำโจทย์เลขผิด สิ่งที่คุณควรทำไม่ใช่การตำหนิ ติเตียน หรือว่ากล่าว แต่เป็นการบอกนักเรียนว่าความผิดพลาดนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และมันสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ

พอนักเรียนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นสามารถถูกแก้ไขได้ง่ายๆ เขาก็จะมีกำลังใจทำโจทย์เลขข้อนั้นๆ (รวมไปถึงข้อถัดไปด้วย)

Principle 8: ให้กำลังใจ ทำให้ความผิดพลาดดูเหมือนจะแก้ไขได้ง่าย (Use encouragement. Make the fault seem easy to correct)

9. ทำให้คนเต็มใจที่จะทำในสิ่งที่คุณต้องการ (Making People Glad to Do What You Want)

ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงคน คุณต้องเปลี่ยนแปลงพวกเขาอย่างเต็มใจ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะมีแรงต้านหรือมีข้ออ้างในการไม่ทำมัน

เช่นถ้าคุณต้องการให้พนักงานของคุณทำอะไรบางอย่าง (ที่ในตอนแรกเขาอาจจะไม่อยากทำ) คุณอาจจะสรรเสริญเยินยอเขาหรือพูดให้เห็นถึงความสำคัญของงาน (และทำไมคุณถึงไว้ใจเขาให้ทำ)

ซึ่งการทำแบบนี้จะมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะทำให้เขาอยากทำในสิ่งที่เขาอยากจะให้ทำ เพราะเขารู้สึกพึงพอใจ และมีความสุขมากขึ้นเมื่อคุณเห็นเขาเป็นคนสำคัญ

Principle 9: ทำให้คนมีความสุขกับการทำในสิ่งที่คุณแนะนำ (Make the other person happy about doing the thing you suggest)

สรุป

และนี่คือ 9 วิธีในการ “เปลี่ยน” คนโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกโดนคุกคามหรือรู้สึกไม่พอใจนะครับ

ซึ่งในหนังสือ How to Win Friends and Influence People นั้น Dale Carnegie บอกว่าวิธีเหล่านี้คือวิถีแห่งผู้นำ อยากนำคนต้องเปลี่ยนให้ผู้ตามทำในสิ่งที่คุณอยากให้ทำอย่างเต็มใจ

เมื่อเทียบกับเรื่อง 6 วิธีการทำให้คนชอบคุณ และ 12 วิธีการชนะใจคนและทำให้เขาคิดเหมือนที่คุณคิด ที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมคิดว่า 9 วิธีนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่ามาก ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์เข้ามาช่วย

ซึ่งถ้าคุณฝึกทั้ง 9 ข้อนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ ผมคิดว่าคุณจะเป็นอีกหนึ่งผู้นำที่สามารถนำ และรวมใจทีมของคุณให้เดินไปพร้อมๆ กับคุณได้ครับ

Happy Changing & Leading นะครับ!