วิธีการทำให้คุณเป็นคนที่ “เก่ง” ที่ “มั่นใจ” มากขึ้น

ตั้งแต่ทำงานมา ผมเคยเจอคนมาหลายรูปแบบมาก ทั้งคนไม่เก่งแต่คิดว่าตัวเองเก่ง คนเก่งที่คิดว่าตัวเองเก่ง คนเก่งแต่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง คนไม่เก่งที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง (เขียนไปเขียนมาชักงง ฮา)

สำหรับตัวผมเอง ผมคิดว่าผมเคยเป็นมาทั้งหมดในลิสต์ทางด้านบนแล้ว ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอยู่สำหรับเรื่องหลายๆ เรื่อง

แน่นอนว่าคำว่า “เก่ง” และ “มั่นใจ” สำหรับแต่ละคน แต่ละบริบทนั้นคงไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นในบทความนี้ ผมจะมาแชร์วิธีการที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ “เก่ง” และเป็นคนที่ “มั่นใจ” มากขึ้นนะครับ

ทำอย่างไรให้เป็นคนที่ “เก่ง” มากขึ้น?

ก่อนอื่น ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเก่ง ผมคิดว่าคุณควรจะต้องระวังและกลับมาเช็คดีๆ ว่าคุณเก่งจริงๆ แล้วรึยัง (ลองเช็คดูว่าคุณทำอะไรสำหรับไปบ้างแล้ว และมี Track Record จริงๆ รึเปล่า) ว่าง่ายๆ คือต้องไม่หลงตัวเอง

รูปอธิบาย Dunning-Kruger Effect

เพราะคุณอาจจะกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “Dunning-Kruger Effect” อยู่ก็เป็นได้

Dunning-Kruger Effect เป็นทฤษฏีที่บอกว่าความมั่นใจ (Confidence) ของคนเราจะสูงมากในตอนที่เรามีความสามารถ (Competence) ต่ำมาก ซึ่งสาเหตุนั้นอาจจะเป็นเพราะความไม่รู้ และการที่ไม่เคยเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ (ในเรื่องที่คุณคิดว่าตัวเองเก่ง) พอคุณมีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ ความมั่นใจของคุณจะตกลงสู่ก้นเหว จนกระทั่งคุณเริ่มมีความสามารถจริงๆ ความมั่นใจคุณถึงจะกลับมาอีกครั้ง

ถ้าให้อธิบายทฤษฏีนี้เป็นภาษาไทย มันน่าจะเป็นยอดเขาแห่งความไม่รู้ หรือหุบเหวแห่งความไม่รู้

เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก่อนที่คุณจะเป็นคนเก่งจริงๆ คือคุณจะต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ความสามารถของคุณอยู่ในระดับไหน และรู้ว่าคุณไม่รู้อะไร

ซึ่งผมคิดว่าวิธีการสำคัญที่จะทำให้คุณ “รู้ตัวเอง” คือ

1. หมั่นศึกษาหาความรู้และฝึกฝน – ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ นั้นมีวันหมดอายุ ถ้าสิ่งที่คุณรู้ในวันนี้ไม่ต่างกับสิ่งที่คุณรู้เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีโอกาสเป็นไปได้ว่าความเก่งของคุณอาจจะกำลังใกล้หมดอายุ ต้องพยายามอัปเดตความรู้ใส่เข้าหัวสมองอยู่เสมอๆ

2. หมั่นถาม Feedback จากคนอื่นเสมอๆ – Feedback จากคนอื่นเปรียบเสมือนกระจกที่คอยส่องตัวคุณ คุณควรจะหมั่นถามหา Constructive Feedback จากเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลูกน้องเสมอๆ

ทำอย่างไรให้เป็นคนที่ “มั่นใจ” มากขึ้น?

ก่อนอื่น ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจว่าคุณจะเก่งพอไหมหรือจะทำสิ่งต่างๆ ได้ดีรึเปล่า ผมก็แนะนำให้คุณกลับมาเช็คดีๆ อีกเช่นกันว่าคุณเก่งไม่พอหรือจะทำไม่ได้จริงๆ รึเปล่า? เพราะบางทีคุณอาจจะทำสิ่งต่างๆ สำเร็จไปเยอะแล้วหรือว่ามีความสามารถจะทำสิ่งนั้นๆ ให้สำเร็จก็ได้ แต่คุณอาจจะตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า Imposter Syndrome ก็เป็นได้

รูปอธิบาย Imposter Syndrome

Imposter Syndrome เป็นการที่คนที่เป็นรู้สึกสงสัยในความสามารถของตัวเอง ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเก่งจริงๆ เหมือนที่คนอื่นรู้สึกรึเปล่า ถ้าให้อธิบาย Imposter Syndrome ง่ายๆ เป็นภาษาไทยก็คงจะเป็นโรคขาดความมั่นใจ

แน่นอนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ (และจาก Research มันมักจะเกิดกับคนที่ทำอะไรสำเร็จมาหลายอย่างแล้ว) แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไรกับมัน มันจะทำให้คุณไม่สามารถใช้งานความเก่งที่คุณมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการง่ายๆ ที่ผมคิดว่าได้ผลที่ดีคือการทำ Self-Affirmation ครับ ซึ่ง Self-Affirmation คือการคิดและพูดกับตัวเองในเรื่องที่ดีๆ ครับ

ถ้าคุณพูดว่าคุณจะทำได้ คุณก็จะมีแนวโน้มที่จะทำได้

ถ้าคุณพูดว่าคุณจะเป็นคนเก่ง คุณก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นคนเก่ง

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Affirmation ไว้ คุณสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ

สรุป

และนี่คือวิธีการทำให้คุณเป็นคนที่ “เก่ง” และ “มั่นใจ” มากขึ้นนะครับ

ผมคิดว่าทุกคนที่เป็น High Achiever น่าจะเคยผ่านโมเมนต์ที่ว่า 1. เราเก่ง (แต่จริงๆ ยังไม่เก่ง) และ 2. เราไม่มีความมั่นใจเลย (ทั้งๆ ที่เราทำมันได้) มากันหมดแล้ว

สิ่งสำคัญที่คุณควรทำคือจะต้องฝึกฝนทั้งความเก่งและความมั่นใจให้มันไปพร้อมๆ กัน เพื่อไม่ให้คุณดูถูกตัวเอง และในขณะเดียวกันเพื่อที่จะทำให้คุณไม่หยิ่งยโสโอหังครับ

Happy improving yourself นะครับ!