ความแตกต่างระหว่าง “Good” และ “Great”

เคยไหมที่คุณเห็นสิ่งที่ดูดี ดูน่าสนใจ แต่คุณยังรู้สึกว่ามันยัง ‘ไม่สุด’ ของเหล่านั้นเป็นของที่ดี (Good) แต่ยังไม่ใช่ของที่ยอดเยี่ยม (Great) สำหรับคุณ

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “Good” กับ “Great”?

คำตอบง่ายๆ คือ “God is in the details – พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด”

God is in the details คืออะไร?

God is in the details เป็นสุภาษิตอันนึงที่บอกว่าอะไรก็ตามที่ถูกทำขึ้นมาอย่างลงรายละเอียด ตั้งใจและใส่ใจจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่ผลลัพธ์ที่ดี – ซึ่งก็คือผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง

นาฬิกาหรูที่ยอดเยี่ยมจะมีกลไกข้างในที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้เวลาเดินได้อย่างเที่ยงตรงไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

กระเป๋าถือของแบรนด์ราคาสูงจะมีการเย็บทุกส่วนออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ที่มองไม่เห็นด้วยตา ทำให้กระเป๋าใบนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

เว็บไซต์ที่ดีจะมีการปรับแต่งเรื่องหลังบ้านอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็ว ขนาดรูปภาพ หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (จากการที่มองดีไซน์หน้าบ้าน) ทำให้โอกาสติด Ranking บน Google สูงขึ้นหรือเว็บไซต์มี Conversion Rate ที่ดีขึ้น

สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านั้นเป็นสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าของชิ้นนั้นจะเป็นของที่ดีหรือของที่ยอดเยี่ยม เพราะยิ่งของที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านั้นถูกทำขึ้นมาอย่างใส่ใจมากเท่าไหร่ ของที่มองเห็นได้ด้วยตาหรือสัมผัสได้นั้นก็จะยิ่งถูกทำออกมาอย่างใส่ใจมากเท่านั้น (หรือมากว่านั้น)

Note: นอกจากการลงรายละเอียดแล้ว สิ่งที่คุณต้องมีคือ ‘วัตถุดิบ’ ด้วย ไปอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุดิบได้ที่ พัฒนางานของตัวเองด้วยการเพิ่ม “วัตถุดิบ” ในตัว

สรุป

“God is in the detail” หลักการนี้สามารถูกเอาไปใช้กับอะไรหลายๆ อย่างเลยนะ

ถ้าคุณอยากจะทำสินค้าออกมาให้เหนือคู่แข่ง คุณต้องใส่ใจในรายละเอียดให้ความสำคัญกับส่วนที่มองด้วยตาไม่เห็น

ถ้าคุณอยากที่จะทำงานได้ดีและเติบโตในหน้าที่การงาน คุณต้องลงรายละเอียดในการทำงาน พยายามคิดงานให้จบ

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณลงรายละเอียดอย่างตั้งใจ สิ่งที่ “Good” จะเปลี่ยนไปกลายเป็นสิ่งที่ “Great” ครับ