5 วิธีการเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน

Featured Image becoming better self
YouTube video

 

Maslow ที่เป็นนักจิตวิทยาชื่อดังได้กล่าวไว้ว่าความต้องการพื้นฐานของมนุษย์มีอยู่ 5 ระดับด้วยกัน ซึ่งความต้องการระดับที่สูงที่สุดคือระดับ Self-actualization ความหมายก็คือการเป็นคนที่ดีที่สุดเท่าที่คนคนนั้นสามารถจะเป็นได้

maslow pyramid
จากเว็บไซต์ Simplypsychology

“คนดี” ในที่นี้ไม่ใช่คนดีศรีสังคม แต่การเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

ซึ่งการจะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้นั้นมันต้องเริ่มจากการเป็นตัวเองเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว การที่คุณจะกลายร่างเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองนั้นมันไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด แต่เกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยระหว่างทาง

เพราะฉะนั้นในบทความนี้ผมจะไม่ได้มาแชร์วิธีการทำให้คุณเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวคุณ แต่จะมาแชร์วิธีการทำให้คุณเป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมในทุกๆ วัน

หลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้วลองหยิบเอาสิ่งที่เรียนรู้ไปทำตาม ผมคิดว่าคุณจะเข้าใกล้ “The Best Version of Yourself” มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ 🙂

5 วิธีการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมในทุกวัน

1. เริ่มต้นที่ความต้องการ

ข้อนี้เป็นข้อแรกสุด คือคุณต้องมีความต้องการที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมก่อน ถ้าคิดว่าตัวเองดีแล้ว พอแล้ว การที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้นมากไปกว่าเดิมก็จะเป็นเรื่องยาก

2. จด อย่าแค่จำ

ดังที่สุภาษิตจีนที่ได้กล่าวไว้ว่า “The faintest ink is more powerful than the strongest memory” หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่าหมึกที่จางที่สุดยังทรงพลังกว่าความทรงจำที่แข็งแรงที่สุด

การจำพอเวลาผ่านไปหรือมีอะไรมารบกวนความคิด คุณอาจจะลืม แต่ถ้าคุณจดมันไว้ มันจะไม่หายไปไหน

เพราะฉะนั้นผมแนะนำว่าสิ่งที่คุณควรทำคือคุณควรจะต้องเขียนในสิ่งที่อยากจะเป็น จดในสิ่งที่อยากจะทำ เพื่อที่ว่าคุณจะได้รู้ตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องทำอะไร

แล้วการเขียนกับการจดควรจะใช้กับอะไรบ้างเพื่อทำให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นทุกวัน?

อย่างแรกคือ Personal Vision & Mission Statement ที่เป็นเป้าหมายในชีวิตและสิ่งที่คุณจะต้องทำ (ซึ่ง 2 อย่างนี้เปลี่ยนไม่บ่อย คุณอาจจะรีวิวทุกปีหรือทุกไตรมาสก็ได้)

อย่างที่สองคือสิ่งที่คุณจะต้องทำในไตรมาสนี้ (หรือในสัปดาห์นี้) สำหรับในขั้นนี้ผมแนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง OKR (Objectives & Key Results) มาช่วย

อย่างที่สามคือการจดสิ่งที่คุณจะต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งโดยปกติแล้ววิธีการที่ผมทำแล้วพบว่าดีคือการจดตอนก่อนนอน (เพราะจะทำให้ไม่พะวง) หรือไม่ก็ตอนเช้าก่อนเร่ิมทำงาน (เพราะจะทำให้รู้ว่าทั้งวันต้องทำอะไรบ้าง)

notion featured image

ซึ่งการจดนั้นคุณจะจดในสมุดหรือจดใน Note Taking App อย่างเช่น Evernote หรือ Notion ก็ได้ตามที่คุณสะดวก

หมึกที่จางที่สุดยังทรงพลังกว่าความทรงจำที่แข็งแรงที่สุด เพราะฉะนั้นการจดนั้นจะทำให้คุณจำได้ (และทำได้) มากกว่าการแค่จำ

3. เพิ่มพลังบวก ลดพลังลบ

อยากเป็นคนที่ดีขึ้นก็ต้องหาสิ่งดีๆ ใส่เข้ามาให้ตัวเอง

ตัวอย่างสิ่งดีๆ ที่คุณสามารถทำได้ในทุกวันเช่นการฝึกมองโลกในแง่ดี การใช้เวลากับคนที่คิดดีๆ (คุณคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่คุณใช้เวลาด้วยมากที่สุด) การอ่านหนังสือหรือฟังพอตแคสต์รายการที่น่าสนใจ รวมไปถึงการออกกำลังกาย (อันนี้ทุกวันอาจจะเป็นไปได้ยาก แต่ผมคิดว่าการทำมันให้สม่ำเสมอทำได้ถ้าอยากจะทำครับ)

ในขณะเดียวกัน นอกจากการเพิ่มพลังบวกแล้ว การลดพลังลบก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

ตัวอย่างพลังลบเช่นการอยู่กับคนที่ Toxic (อารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง หรือใช้เวลากับเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์) หรืออีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าส่งพลังลบมาให้ผมมากก็คือการเสพ Social Media ต่างๆ โดยเฉพาะ Facebook กับ Twitter ตัว Social Media ที่ผมคิดว่าเพิ่มพลังบวกมากกว่าลบก็จะเป็น LinkedIn หรือ Blockdit เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม: [แชร์ประสบการณ์] วิธีการเลิก “เสพติด Facebook” ได้อย่างจริงจัง

“You are what you consume” – บริโภคอะไรให้เข้าไป คุณก็จะกลายเป็นสิ่งนั้น

4. สร้างพิธีกรรมให้กับตัวเอง

ในชีวิตประจำวันของคุณ คุณจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้และไม่เหมือนเดิมอยู่ตลอด

ซึ่งถ้าคุณต้องหมุนตามโลก คอยรับมือกับสิ่งที่เข้ามาหาคุณอยู่ตลอดทั้งวัน ทุกเวลา สุดท้ายมันก็จะทำให้คุณไม่ได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อตัวเองจริงๆ

การสร้างพิธีกรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญ คำว่าพิธีกรรมคือกิจกรรมบางอย่างที่คุณจะทำมันอย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างเช่นตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน 5 นาที ไปออกกำลังกาย 30 นาที อาบน้ำแต่งตัว 30 นาที นั่งสมาธิ 10 นาที จากนั้นก็เตรียมพร้อมไปทำงาน

หรือก่อนนอนเขียนสิ่งที่จะต้องทำในวันถัดไป 10 นาที อ่านหนังสือ 20 นาที นั่งสมาธิ 10 นาที แล้วจึงค่อยนอน

james clear 1 percent better
รูปจาก James Clear

การสร้างพิธีกรรมส่วนตัวขึ้นมาจะทำให้คุณคุ้นชิน เมื่อคุ้นชิน มันก็จะกลายเป็นนิสัย ซึ่งการทำอะไรที่เป็นนิสัยติดต่อกัน ชีวิตของคุณจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กละน้อยในทุกวัน แค่เพียงทำตัวคุณเองให้ดีขึ้นเพียงแค่ละวัน 1% ใน 1 ปี คุณจะกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 37 เท่า!

พิธีกรรมไม่ใช่พินัยกรรม ควรทำบ่อยๆ ไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียว

5. ทำทุกสิ่งแต่พอดี

อะไรที่มันมากเกินไปมักจะไม่ดี

ถึงแม้ว่าในข้อที่แล้วผมจะบอกว่าให้คุณสร้างพิธีกรรมแล้วทำมันให้คุ้นชิน ยิ่งทุกวันได้จะยิ่งดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเข้มงวดกับตัวเองจนเกิดความเครียด

ในอดีต ตัวผมเองเคยออกแบบพิธีกรรมของตัวเองให้เน้นหนักเรื่องงาน (ใส่ Slot เวลาตัวเองส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน) และเรื่องการออกกำลังกาย (พยายามตื่นเช้ามากๆ ไปออกกำลังกาย) พอทำมันบ่อยๆ เข้า สิ่งที่ตามมาคืออาการ “Burn Out” คือไม่อยากตื่นไปทำอะไร

ในความเห็นของผม การทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่คุณไม่ควรที่จะมุ่งมั่นแค่ในเรื่องบางเรื่องจนมากเกินไป เพราะสุดท้ายมันจะทำให้เกิดความเครียด

ทั้ง Mind (สมอง), Soul (จิตใจ) และ Body (ร่างกาย) 3 สิ่งนี้คุณต้องสร้างสมดุลกับมันให้ดี

อ่านเพิ่มเติม: สมดุลชีวิตของตัวเอง 3 ด้านที่ต้อง “พัฒนา” และ “รักษา”

“เพราะพอดีเลยดีพอ”

สรุป

ผมขออนุญาตแถมสูตรลับข้อสุดท้ายไปให้อีกข้อครับ

สิ่งสำคัญคือการ “เลิกอ้าง”

คุณสามารถเริ่มต้นเลิกอ้างได้ง่ายๆ เพียงแค่ลองเปลี่ยนคำพูดที่พูดในหัวตัวเองจาก “ไม่ได้… เพราะ…” เป็น “ได้… ถ้า…” เช่น

เปลี่ยนจาก “ฉันออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันไม่ได้หรอก เพราะบ้านของฉันอยู่ไกล อีกทั้งงานก็เยอะ ทั้งงานราษฏร์และงานหลวง บางวันต้องไปปาร์ตี้กับเพื่อนแล้วต้องกลับดึกอีก…” เป็น “ฉันออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันได้ ถ้าฉันนอนเร็ว ตั้งใจทำงานให้เสร็จในเวลา”

แค่บิดมุมคิดในสมองนิดเดียว การกระทำก็อาจจะออกมาต่างกันโดยสิ้นเชิง

และนี่ก็คือ 5 วิธีการที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ดีข้ึนกว่าเดิมนะครับ หลังจากคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว ลองเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ในบทความนี้ไปปรับใช้ได้ไหมครับ?

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top