12 กฏเปลี่ยนชีวิตใน 12 เดือนจาก Dan Koe

Featured Image 12 rules in 12 months

วันก่อนไปฟังเนื้อหานี้ของ Dan Koe เจ้าพ่อ Productivity & One-person Business มา ซึ่งเขาแชร์กฏ 12 ข้อ (ที่ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา) ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนชีวิตได้ใน 12 เดือน

ทำได้ 1 ข้อ สิ้นปี คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง

ทำได้ครึ่งนึง คุณจะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ทำได้ครบทั้ง 12 ข้อ ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป

มีอะไรบ้าง? มาทยอยอ่านกัน!

12 กฏเปลี่ยนชีวิตที่อยากให้ทุกคนลองทำ

1. Reject the Average Life: ปฏิเสธการใช้ชีวิตแบบธรรมดา 🙅‍♂️

นอกจากจะวาดฝันถึงชีวิตที่ต้องการแล้ว ให้เริ่มต้นจากการสร้าง “ภาพของชีวิตที่คุณไม่ต้องการ”

ลองใช้เวลาเดินคิดเงียบๆ ถามตัวเองว่าถ้ายังทำแบบเดิมต่อไป ชีวิตจะไปจบที่ตรงไหน? จดทุกอย่างที่คุณไม่ชอบและไม่อยากเจออีกในชีวิตลงไป

ความต้องการที่จะ “หนีห่าง” จากสิ่งเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันที่ทรงพลังกว่าการวิ่งตามเป้าหมายสวยหรูเพียงอย่างเดียว

2. Commit to Excellence: ทำตัวเองให้เจ๋ง ✨

เมื่อรู้แล้วว่าไม่ต้องการอะไร ให้ตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในแบบของคุณ

ให้ฝึกการ ”สังเกตและแยกแยะ” สิ่งต่างๆ รอบตัว

ไม่ใช่เพื่อตัดสิน แต่เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงตัวเอง

เช่น เวลาที่คุณเห็นคนอื่นมีสุขภาพที่ไม่ดี แล้วใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าคุณจะต้องไม่เป็นแบบนั้น

3. Standards Create Identity: มาตรฐานสร้างตัวตน 👑

คุณจะไม่มีทางไปได้ไกลกว่ามาตรฐานที่คุณยอมรับได้

หากคุณโอเคกับการมีเงินติดบัญชีแค่หลักพัน คุณก็จะไม่มีแรงผลักดันให้เปลี่ยนแปลง

แต่ถ้ามาตรฐานของคุณคือต้องมีเงินเก็บหลักล้าน อะไรที่ต่ำกว่านั้นจะกลายเป็นปัญหาที่สมองต้องรีบแก้ไขทันที

อีกอันที่ผมว่าดีมากๆ เลยคือ Dan บอกว่าคุณควรกำหนด “Anti-Standards” หรือสิ่งที่คุณจะไม่ยอมแลกเด็ดขาด เช่น ไม่ยอมสละสุขภาพหรือความสัมพันธ์เพื่อความสำเร็จ

4. Project-Based Learning เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ 🛠️

การเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ใช่การดูวิดีโอหรืออ่านหนังสือไม่รู้จบ เพราะนั่นคือความบันเทิงและสร้าง “เสียงรบกวน” ในหัว

วิธีที่ดีที่สุดคือการลงมือสร้าง “โปรเจกต์” จริงๆ ขึ้นมา คุณจะเรียนรู้และจดจำได้ดีที่สุดเมื่อเจอปัญหาและต้องหาข้อมูลเพื่อมาแก้ไขมันให้สำเร็จ

ผมโคตรเห็นด้วยกับข้อนี้ ผมมาสังเกตตัวเองเลยคือผมเป็นคนที่เรียนรู้ และจำได้นานที่สุด ผ่านการลงมือทำ อะไรที่เกิดจากการเรียนในคลาสอย่างเดียว มักจะไม่ค่อยเข้าหัว สุดท้ายต้องลองทำสิ่งนั้นขึ้นมาจริงๆ

เช่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน แทนที่ผมจะหาคอร์สเรียนวิธีการสร้างเว็บไซต์แล้วทำตาม ผมเลือกเริ่มที่จะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาด้วยตัวเองเลย และพอเจอปัญหาเมื่อไหร่ ค่อยไปหาทางแก้

วิธีนี้ทำให้ผมสร้างเว็บด้วยตัวเองเป็นและสมองตัวเองก็อัปเดต Firmware เรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ เลย

ป.ล. แต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบเรียนรู้ผ่านการเรียน Step by Step นะ แต่ของผม คือมือต้องเปื้อนโคลน 😂

5. Daily Levers: โฟกัสสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ 🎯

ในแต่ละวัน ให้ทำงานที่สำคัญที่สุดแค่ 1-3 อย่างที่ส่งผลต่อเป้าหมายโดยตรง

Dan บอกว่า นี่คือกฎ Productivity ข้อเดียวที่คุณต้องรู้

หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว Project ไม่คืบหน้าเลย แสดงว่าคุณกำลังทำงานที่ไม่สำคัญ (Busy Work) อยู่

ซึ่งลึกๆ แล้วอาจเป็นเพราะคุณกลัวความสำเร็จและต้องการจะล้มเหลวโดยไม่รู้ตัว

ป.ล. ถ้าคุณยังไม่เคยตั้งเป้าหมาย ผมแนะนำให้อ่าน 2 บทความนี้ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ

6. Become a Deep Generalist: เป็นนักคิดรอบด้าน 🐥

ธรรมชาติของมนุษย์คือการเป็น “Generalist” ไม่ใช่ “Specialist”

เราไม่เหมือนหมีขั้วโลกที่อาศัยได้แค่ในที่หนาว แต่เราสามารถสร้างเครื่องมือเพื่อปรับตัวให้อยู่รอดได้ทุกสภาพแวดล้อม ดังนั้นอย่าจำกัดตัวเองอยู่กับความเชี่ยวชาญแค่ด้านเดียว

แต่จงเรียนรู้หลักการพื้นฐานในหลายๆ ศาสตร์ เพื่อให้คุณสามารถเชื่อมโยงและสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ๆ ได้เสมอ

ผมคิดว่าถ้าคุณมีความรู้สัก 2-3 เรื่อง (ที่แตกต่างกัน) ในเชิงลึก และพยายามเชื่อมโยง 2-3 อย่างนี้เข้าด้วยกันได้ คุณจะ Unique มากๆ เลย

7. Entrepreneurship is Spiritual: สร้างจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ 🧘

มองคำว่า “ผู้ประกอบการ” เป็นสภาวะทางความคิด ไม่ใช่ตำแหน่ง

มันคือการเป็นคนที่มี “High Agency” หรือความสามารถในการกำหนดเป้าหมายและไล่ล่ามันด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง

ในทางตรงข้าม คนที่มี “Low Agency” จะทำตามเป้าหมายที่คนอื่นกำหนดให้เท่านั้น

จิตใจของเราถูกสร้างมาเพื่อ “ล่า” ความท้าทายและการเติบโต ซึ่งนี่คือแก่นแท้ของจิตวิญญาณผู้ประกอบการ

8. Become a Creator: เปลี่ยนจากผู้เสพเป็นผู้สร้าง 🧑‍💻

เสพสร้างที่ว่าคือการคอนเทนต์นะ 😂

หยุดเสพคอนเทนต์อย่างเดียว แล้วเปลี่ยนมาเป็นผู้สร้างสรรค์โซลูชันเพื่อแก้ปัญหาให้ตัวเองและผู้อื่น

ความสุขเกิดจากการได้เห็น Progress และการได้ช่วยเหลือผู้อื่น และทั้งสองอย่างนี้มาจากการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

หนทางเดียวที่จะมีความสุขอย่างยั่งยืนก็คือการสวมบทบาท “ผู้สร้าง”

ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมาพบเจอคุณได้ในการเผยแพร่สิ่งที่คุณสร้าง

9. Uncertainty is Signal: ความไม่แน่นอนคือโอกาส 📈

ถ้าคุณลงมือทำบางอย่างและรู้สึกสับสน ไม่แน่ใจ นั่นคือสัญญาณว่าคุณกำลังก้าวเข้าสู่ Learning & Growth Zone

คนที่ประสบความสำเร็จที่สุดมองว่าผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่มักซ่อนอยู่ในความไม่แน่นอน

เริ่มจากความเสี่ยงระดับ 1 (เช่น งานประจำ) แล้วค่อยๆ ขยับไประดับ 2 (เช่น ลงทุนในตลาดหุ้น) และระดับ 3 (เช่น ทำธุรกิจ, ลงทุนใน Crypto)

ค่อยๆ ท้าทายตัวเองในระดับที่สูงขึ้นทีละขั้น

10. Engineer Enthusiasm: ปลุกพลังในตัวคุณ 🔥 คำว่า “Enthusiasm” มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “มีพระเจ้าอยู่ภายใน (Having God Within)”

Enthusiasm คือพลังงานที่ขับเคลื่อนจากภายใน ไม่ใช่แค่ความชอบผิวเผิน

สังเกตกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น มีสมาธิสูงจนลืมเวลา และเกิดไอเดียใหม่ๆ ไม่หยุด จากนั้นจงจัดตารางชีวิตเพื่อทำสิ่งเหล่านั้นให้ได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง

ป.ล. เอาที่มันได้ประโยชน์ และสร้างความคืบหน้าให้ชีวิตนะ คือดูหนัง เล่มเกมส์ ปาร์ตี้ ไม่ผิด ถ้าคุณรู้ว่าจะหาความก้าวหน้าจากสิ่งเหล่านี้ได้ยังไง

11. Self-Experimentation ทดลองเพื่อหาทางของตัวเอง 🧪

อย่าเชื่อกูรูคนไหนเพียงคนเดียวแบบหมดใจ (อ่านคอนเทนต์นี้จบ เชื่อแค่ Dan Koe กับเชื่อเนื้อหาเพิ่มเติมจากผม ก็ไม่ควร 😂)

คนที่ทำตามสูตรสำเร็จเป๊ะๆ โดยไม่ปรับใช้ มักจะไปต่อไม่ได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

จงดึงความรู้จากหลายๆ แหล่ง มาสังเกตหารูปแบบ แล้วนำมาทดลองเพื่อสร้างเป็นสูตรเฉพาะตัวที่เหมาะกับเป้าหมายและสถานการณ์ของคุณที่สุด

12. The Greatest Mistake is Not Making Mistakes: ความผิดพลาดที่สุดคือการไม่ผิดพลาด 🧭

ความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุด คือการไม่กล้าทำอะไรผิดพลาดเลย

คุณจะไม่มีทางรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ เพราะสิ่งที่ต้องการนั้นมันอยู่ในอนาคตและยังไม่เกิดขึ้นจริง

คุณจะค้นพบมันก็ต่อเมื่อได้ลองทำหลายๆ อย่างแล้วเจอสิ่งที่ไม่ใช่

ดังนั้นจงอนุญาตให้ตัวเองได้ทำพลาด เพราะทุกความผิดพลาดคือเข็มทิศที่ชี้ทางไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคืออย่าผิดพลาดแบบที่แก้ไขไม่ได้หรือแก้ยากมากๆ เช่นไปกู้เงินมาลงทุนจนมีหนี้สินแบบที่ทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด

สรุป

จบแล้ว 12 ข้อ! ยาวเหมือนกันนะเนี่ย 😂

Dan Koe สรุปตอนจบไว้ว่า ชีวิตจะสนุกและมีความหมายมากขึ้นเมื่อคุณได้เล่นเกมที่คุณเป็นคนออกแบบกฎเอง และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจใช้เวลา แต่การเริ่มต้นสร้างกฎของตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการควบคุมทิศทางชีวิตและสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนในแบบของคุณ

ใครเคยทำข้อไหนใน 12 ข้อนี้แล้วบ้าง? ได้ผมยังไงบ้าง มาแชร์กัน!

ถ้าอยากฟังตัวเต็ม ไปฟังได้ที่นี่ครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top