ทำไมกินอาหารแบบจานเดียวถึงอร่อยกว่ากินแบบบุฟเฟต์?

via GIPHY

ไม่กี่เดือนก่อน (ในช่วงที่ยังพอออกไปได้และยังไม่มีประกาศเรื่องของ COVID) ได้มีโอกาสไปกินข้าวนอกบ้าน (หลังจากที่ไม่ได้ไปกินมานานมากกก) มันก็เลยทำให้ความรู้สึกอยากบุฟเฟต์ปะทุขึ้นมา

ตอนนั้นในหัวคิดอยู่แค่ 2 คำ ไม่ “ปิ้งย่าง” ก็ “ชาบู”

แต่ก็โดนแฟนเบรกไว้เพราะเธอไม่อยากกินเยอะเกินไป บวกกับคำพูดอีก 1 ประโยคที่ว่า “เดี๋ยวก็อ้วนกว่านี้หรอก” ที่ทำให้เราย้ำยั้งชั่งใจไว้ได้ทัน

สรุปในมื้อนั้นก็ไปจบกันที่ Ootoya ซึ่งเป็นร้านอาหารที่สั่งแบบจานเดียว/เป็นชุดแทน

ตอนกินกับอิ่ม ก็ได้นั่งคุยและนั่งตกผลึก “ทางเลือก” ที่พวกเราเลือกกันมา และก็ได้ข้อสรุปกันว่า จริงๆ แล้ว ในท้ายที่สุด การกินแบบจานเดียว (ที่มีปริมาณที่จำกัด) มันให้ความรู้สึกที่อิ่ม อร่อย และรู้สึกดีกว่าการกินแบบบุฟเฟต์ (ที่มีปริมาณไม่จำกัด) จริงๆ นะ

พอได้เอาเรื่องนี้มาคิดต่อดูก็พบว่าจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงกับอีกหลายกรณีเลย

เคยสั่งข้าวหน้าหมูย่างมากินอร่อยมาก เลยเบิ้ลชามสอง แต่พอกินแล้วรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเท่า สาเหตุอาจจะเป็นเพราะเพราะชามแรกเรายังหิว แต่ชามที่สองเริ่มอิ่ม

เคยพยายามเพิ่ม Productivity ให้กับตัวเองด้วยการเพิ่มชั่วโมงในการทำงานให้เยอะ และลดชั่วโมงพักผ่อนให้เหลือนิดเดียว สุดท้ายก็รู้สึก Burn Out และรู้สึกว่าตัวเอง Productive น้อยลง

อธิบายเรื่องนี้ผ่านทฤษฏี

จริงๆ เรื่องนี้มีคนเคยทำเป็นทฤษฏีมาไว้แล้ว ซึ่งชื่อว่าทฤษฏีทางเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อว่ากฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์เพิ่ม (The Law of Diminishing Marginal Utility)

Image from Forestrypedia

ในตอนแรกที่เรา Consume (กิน ดื่ม ใช้งาน) ตัว Total Utility (อรรถประโยชน์รวม) จะสูงมากขึ้น ในขณะที่ Maginal Utility (อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย) จะค่อยๆ ลดลง

จนกระทั่งเรา Consume ได้ถึงจุดหนึ่ง Utility จะน้อยลง และเมื่อยิ่ง Consume ไปมากๆ จนมากเกินไป Utility จะต่ำกว่า 0

เมื่อนั้น แทนที่เราจะรู้สึกว่าเราได้ประโยชน์และรู้สึกพึงพอใจ เราจะเกิดความรู้สึกไม่พึงพอใจมาแทน

สรุป

สิ่งที่ตกผลึกจากการไปกิน Ootoya ในครั้งนี้ก็คือ “น้อยแต่พอดี ดีกว่าเยอะแต่เกิน”

ทางสายกลางควรเป็นสิ่งที่เลือกเดิน ระหว่างทางอาจจะมีเขวออกจากทางตรงกลางบ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทำและใช้ชีวิตอย่างสุดโต่งเกินไป

การทำสิ่งต่างๆ ด้วยความสมดุลเป็นเรื่องสำคัญ

ป.ล. หลักจากนี้ ถ้ามีโอกาส ผมก็ยังคงจะกินบุฟเฟต์อยู่แหละ ฮา เพียงแต่จะเลือกกินด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และด้วยความถี่ที่น้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าเจอกับผมในร้านบุฟเฟต์ อย่ายกบทความนี้มาแซวผมนะครับ 🙂