จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มันเริ่มจากความ “Hype” ของ Claude Cowork ครับช่วงเดือน 4 ครับ คือคนพูดถึงกันเยอะจนทนไม่ได้ อยากลองบ้าง
เลยนัดขอให้พี่เก่งมาสอน (พร้อม Live ให้คนเรียนไปพร้อมๆ กันเป็นร้อยคน) 1 วัน
หลังจากได้ลองใช้ Claude Cowork ได้แป๊ปนึงให้พอเข้าใจภาพรวม ผมก็กระโดดไปเล่น Vibe Coding บน Claude Code เลย
ตั้งแต่วันนั้น… ชีวิตของผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป (ติดคอมยิ่งกว่าติดเกม และนอนน้อยลงมากๆ 😂)
แอปที่ผมใช้เงินราวๆ 5,000 บาทเป็นแอปตัวที่ 3 ที่ผมทำชื่อ antbase (Human & AI Agent Project Management Tool พร้อมมี Workload View & AI Token Management ในตัว)
แอปตัวนี้คือตัวที่ 3 ที่ผมสร้าง ซึ่งยากกว่าแอปตัวแรกที่เป็น Passion Project คือ Wearwise (AI-Powered Style Recommendation for Men) หลาย 10 เท่า และนี่คือ 12 สิ่งที่ผมเรียนรู้และอยากเอามาแชร์ครับ
1. อยากเรียนรู้ให้เร็วต้อง “กระโดดลงน้ำ”
จะบอกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้เยอะกว่าปี 2025 เป็น 10 เท่า
ย้อนกลับไปปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองหยุดนิ่งมาก คือ Gen AI ก็เรียนรู้และก็ใช้นะ แต่ Use Case หลักๆ มันยังเป็น Content Creation
แต่พอมามาช่วงเมษาที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาด้วย “ความไวแสง” เพราะการมีเป้าหมายว่าจะลองสร้างแอปให้เสร็จ
มันบังคับให้ผมต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียนตามขั้นตอน
ตั้งแต่อดีต ผมเป็นแบบนี้ตลอดเลย เรียนตามขั้นตอนไม่ค่อยจะได้ ต้องผลักตัวเองตกลงน้ำ แล้วฝึกฝ่ายน้ำเอง 😂 ตั้งแต่ตอนทำ Startup, ทำเว็บไซต์, ทำ Inbound Marketing, ใช้ MarTech คือ Journey ผมเป็นแบบนี้ตลอดเลย
ใครเป็นคนสายนี้บ้าง? มาแสดงตัวกันได้นะครับ
2. Vibe Coding ไม่ต้องเขียนโค้ดก็จริง แต่ถ้าไม่รู้ Technical เลยก็ไม่ง่าย
โปรเจกต์นี้ผม Chat คุยกับ Claude Code เป็นหลัก (มี Gemini และ Canva บ้าง แต่น้อยมากๆ)
ผมลงมือเขียนโค้ดเอง 0 บรรทัดถ้วน (เพราะเขียนไม่เป็น 😂)
แต่เอาจริงๆ การจะสร้าง Product ขึ้นมาด้วยการ Vibe Code มันต้องแตะเรื่อง Domain, Hosting, Code, Database, UX/UI อยูตลอด
ถ้าพื้นฐานพวกนี้ไม่มีเลย เวลาจะสั่งงาน AI ให้ทำของที่ซับซ้อน มันจะไม่ง่ายเลย เราจะงง สับสนอยู่เรื่อยๆ
และถ้า AI ทำอะไรบางอย่างเสร็จ แล้วอธิบายเรามา แล้วเราไม่เข้าใจ และไม่พยายามจะเข้าใจ ปล่อยผ่านไป นั่นแหละจะเป็นจุดเริ่มต้นของความบรรลัยครับ 😂
3. Copywriting แบบ AI ร่าง มนุษย์ตบ
ผมใช้ AI เขียน Copywriting ให้เกือบหมด โดยเฉพาะบน Marketing Website แต่ผมต้องมานั่งตบให้เข้ารูปเข้ารอบเกือบทั้งหมด เพื่อใส่ความน่าสนใจลงไป
อย่างพวกประโยคทางด้านล่าง คือผมเขียนเองหมดนะ
- Ants are small but mighty
- After all, ants are small and don't eat much
- Collaborate with A(nt)gents
- มดตัวนิด แต่มีฤทธิ์น่าดู
คือภาษาของ AI มันสละสลวยนะ แต่มันแอบไร้รสชาติ มันยังเพ้อและกวนได้ไม่เท่ามนุษย์อย่างเราๆ ครับ
4. น้อยแต่มาก โคตรยากเลย
ตอนเริ่มต้นทำ antbase ผมเริ่มจาก Pain Point ตัวเอง
คือรู้สึกว่า Project Management Tool หลายๆ ตัวมันมี Feature เยอะไป เล่นแล้วงง ผมเลยพยายามสร้าง antbase ให้มันมี Feature น้อยที่สุด แต่ใช้ทำงานได้มากที่สุด คือทำให้มันช่วยจัดการงานได้ไหลลื่นจริงๆ
แต่เอาจริงๆ ไม่ง่ายเลย ระหว่างทางบอกเลยว่ากิเลสเยอะมาก อยากเพิ่มโน่นนี่นั่นตลอดเวลาเพราะ AI มันเสก Feature ใหม่ให้ได้ในเวลาไม่นาน
ผมต้องคอย “สั่งห้ามตัวเอง” ไว้เยอะมาก เพื่อรักษา Concept ตอนต้นไว้
ไม่รู้ว่ามันฟีเจอร์มากไปและใช้งานยากไปไหม ใครใช้กันแล้วช่วยมาคอมเมนต์หน่อยนะ
5. ข้อนี้ไม่มีอะไรมาก อยากอวดความเบียวตัวเอง
ผมตั้งใจทำหน้า 404 ใน antbase มากกกก! ใครเผลอหลงเข้าไป รับรองว่าจะทึ่งในความเบียวของผมแน่นอน 😂
มันคือพื้นที่ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์เล็กๆ ในแบบที่ AI เลียนแบบไม่ได้
ใครหลงทางก็จะหาเจอ 😉
6. เทคนิคการคุมงบ
ถ้าใครอยากทำ Project จริงๆ ผมรับรองว่า Pro มันจะไม่พอ
ไอความรู้สึกที่เห็นข้อความ “You’ve hit your limit” มันกวนใจจริงๆ โดยเฉพาะจังหวะเข้าได้เข้าเข็ม แบบ Feature ใกล้จะเสร็จ หรือกำลังแก้ Bug
และการไปเปิดใช้งาน Extra Usage เป็นครั้งๆ ไปผมก็ไม่แนะนำ เพราะมันจะ Burn เงินเยอะกว่าการเหมาจ่ายรายเดือนมากๆ
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากคุมงบ ผมแนะนำให้ Go Max ไปเลยครับ
ถือว่าเป็นค่าทดลองและค่าเรียนรู้ครับ
7. ขั้นตอนการ “Plan” สำคัญที่สุด
ก่อนที่จะสั่งให้ AI Code แอปอะไรขึ้นมา การวางแผนให้ดี อาจจะทำให้ประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลย
ท่าที่ควรทำคือบอกให้มันวางแผนแต่ยังไม่ต้องลงมือทำ
ใน Claude คือให้ตั้ง Mode ไว้ให้เป็น Plan Mode จากนั้นให้มันร่างแผนขึ้นมา ผมแผนเสร็จ เราก็ Review และให้มัน Revise ตามที่เราต้องการ
ก่อนจะสร้าง Feature อะไรใหญ่ๆ ผมจะให้มันทำท่านี้ตลอดเลย จะได้ไม่ต้องทำๆ รื้อๆ หลายๆ รอบ
9. Skill ที่ผมชอบใช้
ตัวแรกคือ Everything Claude Code โดยผมจะใช้ Skill นี้ในการวางแผนและลงมือทำ Skill ตัวนี้สร้างโดย Anthropic Hackathon Winner มีคนกด Star บน Github ให้เขาประมาณ 180k เลย ตั้งแต่ใช้มา รู้สึกว่ามันไม่ได้ตอบสั้นๆ คิดง่ายๆ แต่ คิดและทำเป็นระบบขึ้นเยอะเลย
ตัวที่สองคือ Karpathy ที่ผมมักจะเรียกมาใช้ตอนจะแก้ Bug ซึ่ง Principle ที่ผมชอบมากๆ ของ Skill นี้คือ Think Before Coding ทำให้มันคิดให้เยอะก่อนแก้ และลดโอกาสในการหลอนลง
10. Bug คือส่วนหนึ่งของชีวิต
จำไว้ว่า… ตอนทำในเครื่องจะลื่นแค่ไหน ตอนปล่อยจริง มันจะมี Bug โผล่มาทักทายเสมอ อย่าเคสนี้ตอนผมปล่อยให้คนมาลองใช้ ผมดันลืมกลับไปเทสเคสที่ User Sign-up & Sign-in เข้ามาใช้งานใหม่เป็นคร้ังแรกๆ ดันไปเทสกับ Demo Account ที่ผมทดสอบมาเรื่อยๆ แล้ว
สุดท้าย วัน Launch = วันแก้ Bug ทั้งวัน
11. จบ Project นี้ เห็นภาพเลยว่าจะมีคนชีวิตลำบากขึ้น
Junior Coder จะหางานยากขึ้นแต่ๆ เพราะงาน Coding พื้นฐานบางงานที่ใช้เวลาหลายวัน AI กลับทำได้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที
ในทางกลับกัน ผมคิดว่า Senior Coder จะมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งคำว่า Senior Coder ในที่นี่ผมหมายถึงคนที่เข้าใจ Architecture ของระบบ หรือถ้าจะให้ดีคือเข้าใจธุรกิจด้วย
ผมว่าเรื่องนี้ Apply กับวงการอื่นอย่าง Design หรือ Content ด้วยเหมือนกัน
หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้มีความไก่ไข่อยุ่ คือ Junior ก็อาจจะตั้งคำถามว่า “เห้ ฉันเป็น Junior อยู่ ถ้าฉันไม่มีงานให้ทำ ก็เป็น Senior ไม่ได้นะสิ”
เอาจริงๆ คือไม่จริงเลย เพราะ Junior สามารถฝึกฝีมือเพื่ออัปเกรดตัวเองให้เป็น Senior ได้ตั้งแต่วันนี้เลย ต้นทุนของการเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยี เพื่อเอามาสร้างอะไรบางอย่างหรือทำ Portfolio มันต่ำมากๆ แล้ว ใครที่รอแต่คนมาป้อนงาน ป้อนสกิล จะเติบโตยากมากในยุคถัดจากนี้แล้ว
12. งบ 5,000 บาทในชื่อหัวข้อเป็นแค่คำโปรย
“[กรณีศึกษา] ใช้เงิน 5,000 บาท สร้างแอป Project Management ในเวลา 20 วัน”
ผมใช้งบประมาณกับ Project นี้ประมาณ 5,000 บาทก็จริง (Claude Max ~$130, Railway $5 และ Supabase $25) แต่เอาจริงๆ คำโปรยมันเวอร์เกินจริงครับ 😂
คือสิ่งที่มันต้องนับรวมเข้ามาด้วยคือประสบการณ์ที่เคยเล่น Project Management Tool สิบๆ ตัว มาเป็นสิบๆ ปี จนพอจะเข้าใจ Logic ของเครื่องมือแบบนี้ครับ
โดยสรุปคือ อยากสร้างอะไรขึ้นมา แค่มีเครื่องมือมันไม่พอ ต้องเอาความรู้ ประสบการณ์ในอดีตมาใส่ลงไปด้วยครับ
แนะนำให้คุณลองไปคิดดูว่าคุณเข้าใจเรื่องไหน อุตสาหกรรมไหนเป็นพิเศษ เช่นการเงิน อสังหา ประกัน แล้วคุณจะยิ่งสร้าง App มาตอบโจทย์เรื่องนั้นๆ ได้ง่ายขึ้นครับ
สรุป
ตอนนี้ผมทั้งตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ใหม่ๆ และรู้สึกกลัวไปพร้อมๆ กัน
โลกเปลี่ยนไป ตั้งแต่ Gen AI ถือกำเนิดขึ้นมาปี 2023 และตอนนี้มันกำลังจะเปลี่ยนไปอีก ด้วยความเร็วที่บ้าคลั่งกว่าเดิม ด้วย Agentic AI ครับ
และแน่นอน… ผมจะไม่ยอมตกขบวนนี้ มาขึ้นรถด่วนไปด้วยกันนะครับ 🙂
เกือบลืมไป! ใครสนใจอยากลองใช้ antbase ตอนนี้เปิดให้เข้าไปใช้งานแบบ Early Access แล้ว เข้าไปลองเล่นกันได้ที่ antbase.co นะครับ
ป.ล. ใครที่สงสัยตอนต้นว่าแอปตัวที่ 2 หายไปไหน ทำไม 1 แล้วข้ามมา 3 เลย จะบอกว่าตัวนั้นผมทำแล้วค้างไว้ครับ เพราะมันยากเกินไป ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางเยอะและ Burn เงินพอสมควร เลยขอเก็บไว้ ทำให้เสร็จก่อนค่อยเอาแชร์ 😅
![[กรณีศึกษา] ใช้เงิน 5,000 บาท สร้าง PM Tool ในเวลา 20 วัน 2 Featured Image vibe coding lessons](https://sitthinunt.com/wp-content/uploads/2026/05/Featured-Image_vibe-coding-lessons-1024x536.png)


