[แชร์ประสบการณ์] การ Rebrand เว็บไซต์ของตัวเองและการทำ Personal Branding

Featured Image Personal Branding

ผมพึ่งทำการ Redesign เว็บไซต์ของตัวเองใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะใช้มันเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยทำ Personal Branding ครับ (ใช้แรงเยอะมากตอน Revamp ใหม่ อดตาหลับขับตานอนมาหลายคืน 😂 หลังจากนี้น่าจะดีขึ้นแล้ว)

Personal Brand ช่วยผมมาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้า การหาคนมาร่วมงาน ทำให้ดึงดูดคนที่มี Mindset ที่ใกล้เคียงกันเข้ามา (We are hiring)

ลูกค้าเข้าที่เข้ามาจากช่องทางส่วนตัว ผมแทบไม่ต้อง Introduce ตัวเอง เพราะพวกเขาได้ศึกษาและติดตามในสิ่งที่ผมทำมาในระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งตอนขายของ สิ่งที่ต้องโฟกัสก็จะเป็นเรื่อง Scope, Goals & Investment ไม่ใช่เรื่อง Creditability

ส่วนเรื่องคนที่สมัครงานเขามาจากการที่เคยเห็น เคยอ่าน เคยเสพ คอนเทนต์ของผม ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นคนที่มี Core Value ที่ใกล้เคียงกันกับผม และเข้าใจธุรกิจที่ผมอยู่มากกว่า ทำให้การร่วมงานกันราบรื่น (ถ้าคุณ คุณ คุณ มาอ่านอยู่ ใช่แล้ว ผมเขียนถึงพวกคุณ ขอบคุณมากๆ ที่ร่วมทางกันมาครับ 🙂)

สาเหตุเป็นเพราะว่าการสร้าง Personal Brand และการแชร์สิ่งที่เราชอบ/หมกมุ่น มันเป็นตัวบอกถึงสิ่งที่เราเชื่อ และมันมักจะดึงดูดคนที่เชื่อแบบเดียวกัน หรือเจอปัญหาคล้ายๆ กัน เข้ามาหา (ว่าง่ายๆ คือการทำ Inbound Marketing ให้กับตัวเอง)

ในฐานะผู้บริหาร ผมคิดว่ามันดีมากๆ เลยนะที่ได้เอาความคิดเห็นหรือเอาสิ่งที่เราสนใจมาแชร์ให้คนได้ติดตามอ่าน ติดตามฟังกัน ปัจจุบัน เราจะได้เห็นผู้บริหารดังๆ เช่นคุณเศรษฐา Sansiri คุณโจ้ ธนา SCB และหลายๆ คนที่เริ่มออกมาแชร์ข้อมูลต่างๆ

ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้บริหารในบริษัทที่ขนาดไม่ใหญ่เท่าพี่ๆ เขา แต่ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการทำการตลาดให้กับธุรกิจของตัวเอง

หลังจากที่ได้ลองเขียนบล็อกส่วนตัวเพื่อเล่าเรื่องที่ผมสนใจ/หมกมุ่นมา 3-4 ปี (เขียนบ่อยหน่อยก็ช่วง 1-2 ปีหลัง) ผมก็เลยอยากเอาวิธีการคิดและขั้นตอนต่างๆ มาแชร์ให้ได้อ่านครับ

Personal Branding ทำยังไงดี และ Personal Brand ของเราควรเป็นแบบไหนดี?

3 Personal Branding Elements

ผมคิดว่าการทำ Personal Branding ที่ดีคือการพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่อยากให้คนอื่นมองเห็นเรา และสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น และจับทั้ง 3 ส่วนนี้มา Intersect กันครับ

เพราะสิ่งที่เราเป็น จะทำให้เราไม่เคอะเขินเวลาพูดเวลาแชร์ ความอินมันจะออก

สิ่งที่อยากให้คนอื่นมองเห็นเรา จะทำให้เรารู้ตัวเองว่าเรื่องไหนควรแชร์ไม่ควรแชร์

สิ่งที่พวกเขาอยากเห็น จะทำให้พวกเขามาสนใจ อยากเข้ามาติดตาม และปฏิสัมพันธ์กับคุณ

สร้างที่ไหนดี?

เมื่อก่อนผมเป็นคนยึดติดกับ Platform มาก คือต้องทำในที่ที่ตัวเองเป็นเจ้าของอย่างเว็บไซต์ และเก็บอีเมลลิสต์ แต่พอเวลาผ่านไปก็คิดได้ว่า “คนอยู่ไหน เราก็ไปอยู่นั่น”

ว่าง่ายๆ คือคือมีทั้งเว็บ และมีทั้ง Social Media

เว็บไซต์และอีเมลลิสต์เป็นเหมือนฐานทัพที่เราควบคุมได้ ได้ผลดีในระยะยาว แต่ใช้แรงเยอะ และเข้าถึงคนได้น้อยกว่า

Social Media ที่เข้าถึงคนได้เยอะกว่า แต่ในระยะยาวจะเสื่อมค่าลง

สรุป Key Takeaways ในข้อนี้ก็คือ 1. คนอยู่ที่ไหน เราก็ไปอยู่ที่นั่น 2. แต่อย่าลืมสร้างฐานทัพของตัวเองไว้ด้วย

ว่าแล้วก็ฝากติดตามช่องทางต่างๆ ของผมด้วยนะครับ 🙂

WATCH & HEAR

🎥 YouTube: https://link.sitthinunt.com/youtube
📷 Instagram: https://link.sitthinunt.com/instagram
🗣️ Clubhouse: https://link.sitthinunt.com/clubhouse

READ

💌 Email: https://link.sitthinunt.com/email
💬 LINE: https://link.sitthinunt.com/line หรือแอด LINE ID: @sitthinunt
📖 Blockdit: https://link.sitthinunt.com/blockdit
👍 Facebook: https://link.sitthinunt.com/facebook

Case Study การทำ Personal Branding ของผม

แกนที่แชร์

ถ้าเอา Framework ที่ผมแชร์ด้านบน (สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่อยากให้คนอื่นมองเห็นเรา และสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น) มาขยายความ จะเป็นไปตามด้านล่างนี้ครับ

ตัวผมเองนั้นมีความสนใจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Business, Digital Marketing, Productivity, Sport, Gaming, Investment, Travel, Technologies และอื่นๆ อีกหลายอย่าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมเป็น คือคุยแล้วอิน ไปนั่งในวงสนทนาไหนก็พอคุยกับคนอื่นได้อย่างไหลลื่น

และผมก็คิดต่อว่าสิ่งที่ผมอยากให้คนอื่นมองเห็น คืออยากถูกมองว่าเป็นนักธุรกิจที่พอคุยเรื่อง Geek ได้ เป็นคนที่ Professional but approachable เพราะฉะนั้น เรื่อง Gaming, Sport หรือ Travel ก็จะถูกลดความสำคัญลง

และส่วนของ Digital Marketing ผมก็จะทำการแชร์สิ่งต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทอย่าง Magnetolabs & Content Shifu

ซึ่ง Choice ที่เหลืออยู่ที่เป็นสิ่งที่คนอยากเห็นและผมอยากให้คนเห็นอย่าง Business, Productivity & Tech ก็เลยถูกหยิบขึ้นมาเป็นแกนในการทำ Personal Branding ของตัวเอง

CI (Corporate Identity)

Featured Image why playing games
Featured Image แบบเดิม

ผมเลือกเปลี่ยนสีจากเดิมที่เป็นสีแดงชมพูๆ (ตอนทำเว็บแรกๆ ก็ไม่ได้คิดเยอะ พยายามเลือกสีที่มันเด่นๆ ดูเข้ากับเว็บไว้ก่อน)

Bank Sitthinunt New CI

แต่ในการ Rebrand ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่ผมดูฮวยจุ้ยด้วย 😂

คือผมเอาวัน เดือน ปี เกิด มา Match กับสีที่ควรใช้แล้วพบว่าผมควรใช้ Earth Tone แนวๆ น้ำตาลหรือเหลือง

ซึ่งเพื่อทำให้สีมันโดดขึ้นหน่อยจะได้จำง่าย ก็เลยเลือกใช้สีเหลืองเป็นหนึ่งในสีหลักครับ

Note: คุณสามารถลองไปดูสีที่เหมาะกับตัวคุณได้ที่นี่ครับ

สำหรับการ Rebrand ในครั้งนี้นอกจากสี ฟอนต์ ผมยังเปลี่ยน Logo โดยที่เปลี่ยนจาก sitthinunt.com เป็น Bank Sitthinunt รวมถึงเปลี่ยนดีไซน์ เพื่อให้ดู Geek น้อยลงและดูเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยครับ (ก่อนหน้านี้ ผมใช้ sitthinunt.com โดยใช้ฟอนต์ Kanit เอามาทำเป็น Logo เลย ทั้งสีทั้งฟอนต์หยิบขึ้นมาแบบมั่วๆ 😂 )

Website

Homepage featured image
หน้า Home Page แบบเดิม
New Home Page Bank Sitthinunt
หน้า Home Page เว็บปัจจุบันของผม

ก่อนหน้านี้ เว็บเก่าผมสร้าง Logo ขึ้นมาโดยหยิบฟอนต์และสีขึ้นมามั่วๆ รวมไปถึงมันถูกสร้างมานานแล้ว (น่าจะ 3-4 ปีได้) ก็เลยอยากจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ โดยที่ใส่ความเป็นตัวเองเพิ่มเติมเข้าไปด้วย (ไปดูได้ที่หน้า About)

และด้านล่างคือเครื่องมือที่ผมใช้สร้างเว็บไซต์ใหม่ (เหมาะสำหรับสาย Geek ใครอ่านไม่รู้เรื่องข้ามไปได้ครับ รู้แค่ว่าผมใช้ WordPress พอ)

ก่อนหน้านี้ Theme ที่ใช้คือ Theme Shifuist ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยทีม Content Shifu ซึ่งเราไม่ได้มีการอัปเดต Theme มานานแล้ว การที่ผมจะปรับแต่งหรือเพิ่มนู่นนั่นนี่ก็เลยยากหน่อย

ผมก็เลยเปลี่ยนมาใช้ Astra แทน โดยที่ Host ไว้ที่ Digital Ocean (ซึ่งใช้ Cloudways ในการบริหารจัดการ) ตัวภาษาติดตั้ง Plugin Google Translate เพื่อให้แปลเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ในกรณีที่ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ต่างชาติเข้ามาเว็บของผม

เรื่อง Speed ก็สำคัญ การทำเว็บไซต์ใหม่ในครั้งนี้ผมก็เลยไม่ใช้ Page Builder อย่างพวก Elementor เลย ใช้แค่ Gutenberg ล้วนๆ (แต่เว็บก็ยังแอบหนักเพราะมี Script หลายตัว) และ Caching ผมใช้ Breeze ที่ติดมากับ Cloudways, ระบบ Image Optimization ผมใช้ Shortpixel และระบบ CDN ผมใช้ Cloudflare ครับ

ถ้าคุณมีเว็บไซต์ WordPress และอยาก Optimize เว็บของตัวเอง ไปอ่านบทความ 11 วิธีทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้นราวกับติดจรวด (สำหรับ WordPress) ที่ผมเคยเขียนไว้ได้ครับ

หรือถ้าคุณไม่มีเว็บไซต์ ไปอ่านบทความ วิธีการสร้างเว็บไซต์ ด้วย WordPress ทำเว็บไซต์เอง คุณเองก็ทำได้ (สอนแบบจับมือทำ) เพื่อดูวิธีสร้างแบบ Step-by-step ครับ

รูปแบบของคอนเทนต์ที่ทำ

ผมเน้นทำคอนเทนต์ 2 รูปแบบเพราะคิดว่าเป็นอันที่ผมถนัดที่สุด

Blog Page Bank Sitthinunt

บทความ – ผมชอบเขียนเพราะการเขียนคือการเรียบเรียงความคิด ทำให้ผมได้ทบทววนและทำความเข้าใจเนื้อหาที่กำลังทำได้ดีขึ้น

YouTube Videos Bank Sitthinunt

วิดีโอ – การทำวิดีโอคือการฝึกเล่าเรื่อง ช่วยให้ผมถ่ายทอดความคิดและภาพที่มีในสมองออกมาได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

สรุป

การสร้าง Personal Brand ที่ดีจะทำให้โอกาสหลายๆ อย่างถูกมาเข้ามาในชีวิตของคุณ และยิ่งคุณมอบคุณค่ามากเท่าไหร่ สิ่งดีๆ จะถูกเหวี่ยงกลับมาหาคุณมากขึ้นเท่านั้น

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งหรือดังก่อนแล้วถึงค่อยทำเรื่องนี้ได้ เพราะเอาจริงๆ มันคือเรื่องไก่กับไข่ และการแชร์ความรู้สู่วงกว้างคือหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด นอกจากนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าในยุคนี้นั้นมันเป็นยุคที่ทุกคนสามารถ Make Statement ได้ว่ามีความชอบ มีความสนใจ และมีความเชื่อเรื่องอะไร เพื่อที่จะดึงดูดคนแบบเดียวกันเข้ามา

สิ่งสุดท้ายที่อยากแนะนำคือ Be Yourself, don't try to be anyone you aren't because it's going to make you suffer – เป็นตัวของตัวเอง อย่าพยายามเป็นคนอื่นที่คุณไม่ได้เป็นเพราะสุดท้ายมันจะทำให้คุณเป็นทุกข์ครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top