M x C x P : 3 ปัจจัยในการใช้ AI ให้ได้ผลดี

Featured Image MCP AI Usage

ช่วงนี้ไถฟีดไปทางไหนก็มักจะเจอแต่ข่าวการอัปเดตเรื่อง AI โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง Free Model กับ Pro Model

บางคนก็บอกว่า AI ต้องใช้ตัว Pro Model เพราะเทพกว่า มีตรรกะดีกว่า การให้เหตุผลดีกว่า และมีความสามารถในการประมวลผลมากกว่า

ซึ่งผมก็เห็นด้วย… แต่ไม่ทั้งหมด

ในความเห็นของผมความเทพของผลลัพธ์ในการใช้ AI เกิดจาก M x C x P

M ที่ว่าคือ Model นี่แหละ แต่ถ้ามีแค่ Model ที่ดี แต่ C & P น้อย Output ที่ออกมาก็จากกลางๆ ดาดๆ ไม่มีความแตกต่าง หรืออาจจะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้

เดี๋ยวผมจะค่อยๆ ไล่ไปทีละกันนะครับว่า M C P คืออะไรและมันสำคัญยังไง

ป.ล. สำหรับโปร AI สูตร MCP ในที่นี้ ไม่ได้ย่อมาจาก Model Context Protocol ครับ 😂

M x C x P

M: Model

การเลือกโมเดลก็เหมือนการเลือกคนเข้าทำงาน เราไม่ได้ต้องการคนที่เก่งสุด เทพสุด ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ต้องการคนที่ค่าตัวถูกที่สุด

แต่เราต้องการคนที่เหมาะสมกับงานของเรามากที่สุด

ซึ่งจากที่เคยใช้งาน AI Model มาหลายตัว อยากจะบอกว่าตัวที่เทพสุดไม่มีอยู่จริง ตัวที่โปรสุดไม่มีอยู่จริง

แต่ละ Model มีความเก่งที่แตกต่างกัน บางตัวเก่งทำรูปกว่า บางตัวเก่งเขียนโค้ด บางตัวเก่งเรื่องการวางแผนที่ซับซ้อน

และคำว่า “เก่ง” มันก็เปลี่ยนแปลงเร็วเหลือเกิน (อาจจะภายในหลักเดือน)

จำได้ไหมครับว่าตอน Nano Banana Pro Launch ออกมา คนต่างก็เข้าไปชื่นชมและใช้งาน แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ChatGPT Image 2.0 ที่โหดกว่าก็ถูกปล่อยออกมา

หรือ Google Stitch ที่เป็นกระแสอยู่สักพัก พอมี Claude Design มา คนก็แห่เข้าไปลอง

และผมก็เชื่อว่าแต่ละค่ายก็จะปล่อยความโหดออกมากันเรื่อยๆ

ตัวที่โหดในเดือนนี้ อาจจะตกอันดับเพราะมีตัวที่โหดกว่าในเดือนหน้า

สิ่งสำคัญคือการไม่ยึดติดกับ Model

เราควรมอง Model เป็นเหมือนเครื่องมือช่าง บางงานใช้พลั่ว บางงานใช้ค้อน บางงานใช้ตะปู บางงานใช้มือเปล่าอาจจะดีกว่า

บางงานที่มันซับซ้อนอาจจะต้องใช้ตัวเทพๆ แต่บางงานใช้ตัวฟรีก็ดีพอแล้ว

อย่างตอนที่ผมทำแอปโดยการใช้ Claude ผมใช้ทั้ง 3 Model เลยนะ

  • Opus (เทพสุด): จะหยิบมาใช้ตอนวางแผนและแก้ Bug
  • Sonnet (เทพกลาง): จะหยิบมาใช้ตอนทำงานจริง เขียนโค้ดจริง ทำคอนเทนต์ยาวๆ
  • Haiku (อ่อนสุด): จะหยิบมาใช้ตอนแปลภาษา หรือแก้ไขเรื่องง่ายๆ

หรือพอเป็นงาน Gen รูปภาพ ผมก็สลับไปใช้ ChatGPT Image 2.0 แทน

C – Context

AI มีความรู้ครอบจักรวาล แต่ถ้ามันไม่รู้จักคุณจริงๆ ไม่รู้ว่าคุณทำอะไร ลูกค้าคุณเป็นใคร เป้าหมายคืออะไร สุดท้าย Output ที่ออกมาก็จะกลางๆ ดาดๆ

ไม่เชื่อลองเข้าไปใน AI สักตัว แล้วพิมพ์ถามว่า “ทำไงให้รวย” สิ

คำถาม 100 คำ คำตอบที่ได้จะมาในแนวๆ เดียวกันทั้งนั้นเลย

แต่ถ้าคุณลองป้อน Context เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวคุณลงไป ผมรับรองว่าคำตอบที่ได้จะเปลี่ยนไป คุณจะได้คำตอบที่ตรงกับคุณมากขึ้น

เช่น คุณอาจจะป้อนข้อมูลเหล่านี้

Goals/Objectives (เช่นคำว่ารวยคือรวยแค่ไหน รวยตอนไหน)

Background (เช่นคุณมีหนี้ไหม บ้านคุณมีมรดกให้คุณอยู่แล้วรึเปล่า, แต่งงาน มีลูกไหม)

Guardrails (สิ่งที่คุณจะไม่ทำเพื่อไปสู่หนทางแห่งความร่ำรวย เช่นการโกงคนอื่น การเล่นพนัน หรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงสูง)

และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่ถ้าคุณยิ่งให้ Context มันมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้จะตรงกับคุณมากเท่านั้น

ในมุมมองของผม การให้ Context ในการใช้งาน AI มี 4 ระดับคือ

  1. Session Context: หน้า Chat ที่จำข้อมูลใน Chat นั้น ถ้าเริ่ม Chat ใหม่ ความจำก็หาย
  2. Custom AI: เช่นพวก MyGPT, Gem, Claude Skill ที่ฝังข้อมูล และคำสั่งไว้ยาวๆ ได้เลย จะใช้ก็เรียก Custom AI ขึ้นมาใช้
  3. RAG (Retrieval-Augmented Generation): อัปโหลดฐานข้อมูลของธุรกิจของคุณเข้าไป และให้ AI เข้ามาค้นคว้าหาข้อมูลก่อนตอบ
  4. MCP (Model Context Protocol): สะพานเชื่อมที่ทำให้ AI ดึงข้อมูลและอัปเดตข้อมูลใน Application แบบ Real Time ได้เลย (ถ้านึกไม่ออก อยากให้ลองไปดู Meta MCP น่าจะเป็นหนึ่งในอันที่ใหม่ที่สุดในปีนี้)

P – Prompting

เดี๋ยวนี้การหาคำตอบจาก AI เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก อยากรู้อะไร ก็แค่พิมพ์ถาม ก็จะได้คำตอบกลับมา

แต่คำตอบที่ได้กลับมา ใช้ได้ไม่ได้นั่นอีกเรื่องนึงนะ

ผมคิดว่าการ Prompt ที่ดี จะต้อง

  1. Begin with the end in mind: ก่อนเริ่มพิมพ์คำสั่ง ควรจะมีภาพในหัวคร่าวๆ ก่อนว่า คำตอบที่ได้อยากให้มันออกมาเป็นแบบไหน
  2. คิด Input ให้ดี: สำหรับการใช้งาน AI ผมคิดว่าคำถามสำคัญกว่าคำตอบ ถ้าสั่งกว้างๆ คำตอบที่ได้ก็จะกลางๆ ถ้าสั่งแบบเจาะจง คำตอบที่ได้ก็จะเจาะลึก ซึ่ง Input ที่เข้าไปจะดีได้ อย่างแรกเลยคือคนถามต้องมีความรู้ก่อน
  3. อย่าเชื่อคำตอบแรก: คำตอบแรกจาก AI มีโอกาสที่จะไม่ครบถ้วนหรือที่แย่กว่าคือมีโอกาสหลอน การถามคำถามต่อ การสั่งให้มันปรับแก้ต่อ เป็นเรื่องที่สำคัญ

สรุป

ChatGPT, Claude, Gemini หรือ Model อะไรก็แล้วแต่ มันเป็นแค่เครื่องมือ

ต่อให้คุณจะใช้งานเครื่องมือที่ “โปร” ที่สุดในโลก ฉลาดที่สุดในจักรวาล แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจ Context ของคุณอย่างดีพอ หรือตั้งคำถามไม่เป็น สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มันก็จะน้อยอยู่ดีครับ

AI จะเก่งได้เท่ากับความเก่งของคนที่ใช้งานมันครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top